ปชป.ยืนยันเสียงแข็ง ไม่อุ้มชัยชนะ คดีตบบ้องหูตำรวจ เจ้าตัวขอโทษประชาชน ‘เท้ง’ลับดาบรอซักฟอก

ปชป.ยันไม่เซฟ “ชัยชนะ” หากพบเจตนา ตบ “รอง ผกก.” จริง ให้จัดการตามกฎหมาย พ่วงสอบจริยธรรม วอน ปชช.ส่งคลิปเหตุการณ์ ไขข้อข้องใจตบจริงหรือไม่ ด้าน‘ชัยชนะ’ย้ำ ให้เกียรติตำรวจ พร้อมรับการตรวจสอบ ขอโทษปชช.ทำให้รู้สึกไม่ดี ขอสังคมให้ความเป็นธรรมด้วย ขณะที่’ณัฐพงษ์’ยันยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้าแน่นอน ลั่นรัฐบาลแผลเต็มไปหมด ฝ่ายค้านเก็บทุกบิลเตรียมเปิดวันเชือด เย้ยรบริหารประเทศภายใต้ะบอบสีน้ำเงิน ปท.ไม่มีอนาคต
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถูกแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ทางพรรคยืนยันว่า เราจะต้องดำเนินการ โดยยึดมั่นในหลักการและปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจ ตลอดช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เราได้พยายามแสวงหาข้อเท็จจริง ให้ได้มากที่สุด แต่วันนี้สามฝ่ายที่มีข้อเท็จจริงปรากฏ ดูแล้วยังขัดแย้งกัน คือ รองผู้กำกับซึ่งเป็นผู้เสียหาย ที่ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยชนะ หลังเกิดเหตารณ์ไปแล้ว 4วัน โดยที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์เลย แล้วแจ้งข้อกล่าวหาเพียงว่ามีการทำร้ายร่างกาย โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ เข้าข้อกฎหมายมาตรา391 อย่างไรก็ตาม ทางพรรคต้องแสวงหาข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายด้วย
ปชป.พร้อมให้ความเป็นธรรมตร.
นายพงศกร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ รอง ผกก.ที่ให้สัมภาษณ์ประมาณ 4-6 ครั้ง โดยช่วงแรกพูดว่า ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ไม่มีอะไร ถัดมาพูดว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ครั้งต่อมาผู้กำกับยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการหยอกล้อ และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้าย ในขณะที่นายชัยชนะ ก็ได้แถลงและไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้าย และไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายรองผู้กำกับ และประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจแน่นอน
ทีแรกไม่เอาเรื่อง-ก่อนไปแจ้งความ
นายพงศกร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มองดูแล้วข้อมูลอาจจะยังขัดแย้งกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันคือมีเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งทั้งนายชัยชนะและรองผู้กำกับ ได้สรุปว่าเป็นการหยอกล้อกันจริง และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นวันถัดมารองผู้กำกับยังไปร่วมงานศพตามปกติ มีการถ่ายรูปร่วมกับนายชัยชนะ และแจ้งกับผู้บังคับบัญชาว่าไม่ติดใจเอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็มีข่าวออกมาว่า มีการไปแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อที่จะเรียกร้องศักดิ์ศรีของตำรวจ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจในประเด็นนี้
ต้องพิสูจน์เจตนาทำร้ายตร.หรือไม่
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่เราต้องพูดกัน 2 เรื่อง คือ การได้รับบาดเจ็บ สมมติว่า ได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือสาหัส จะมีเจตนาหรือไม่มีเจตนา ก็มีความผิดตามกฏหมายแต่เท่าที่ตนทราบ และเท่าที่นายชัยชนะรับทราบข้อกล่าวหา คือเรื่อง การทำร้ายไม่ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นถ้าผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บ ก็ต้องมาพิสูจน์กันในเรื่องของเจตนาว่า นายชัยชนะ มีเจตนาไปทำร้ายเขาหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ นายชัยชนะ ก็ยืนยันแล้วว่า ไม่มีเจตนาและผู้กำกับก็ยืนยันว่า เป็นการหยอกล้อ
เร่งหาข้อเท็จจริง-วอนช่วยส่งคลิป
“พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้ฟังแค่ ผู้กำกับ สภ.หรือ นายชัยชนะ แต่เราต้องการรู้ความจริงว่า นายชัยชนะ มีเจตนาในการทำร้ายเขาหรือไม่ หากมีเจตนาในการทำร้ายก็ย่อมผิดอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่พรรคได้พยายามทำในช่วง 2-3วัน คือการแสวงหาข้อเท็จจริง เช่น พยานแวดล้อม บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ เราพยายามสอบถามว่า มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นในลักษณะใด และพรรคได้ขอคลิปเหตุการณ์ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นพยานแวดล้อมหรือพยานหลักฐานที่เป็นคลิปอย่างใดอย่างหนึ่งที่น่าเชื่อถือ เราก็ไม่ต้องมาพิสูจน์ว่านายชัยชนะมีเจตนาหรือไม่ เพราะภาพมันฟ้อง ซึ่งสุดท้ายแล้วหากพบว่านายชัยชนะ มีเจตนาทำร้ายจริงๆ พรรคก็ต้องดำเนินการ เพราะเรายึดมั่นในหลักการของกฎหมาย ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตำรวจ ดังนั้นนักการเมืองก็ต้องมีการดำเนินการในเรื่องของจริยธรรมและ ระเบียบพรรคการเมือง ที่จะควบคุมให้รักษาจรรยาบรรณของนักการเมืองให้ได้ ดังนั้นถ้าท่านใดมีพยานแวดล้อม พยานหลักฐาน มีคลิปหรือแม้กระทั่งผู้เสียหายพร้อมที่จะมายืนยันด้วยหลักฐานที่มี เราก็พร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องตามระเบียบพรรค”โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
รอดุพยานแวดล้อม-พยานหลักฐาน
เมื่อถามย้ำว่าเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการหยอกล้อกันใช่หรือไม่ นายพงศกรกล่าวว่าเราไม่เชื่อทั้งหมด ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะออกมาพูดอย่างไรสุดท้ายเราต้องดูพยานแวดล้อมและพยานหลักฐานซึ่งวันนี้คือการพิสูจน์เจตนาว่า นายชัยชนะมีความพยายามที่จะทำร้ายหรือไม่ จะตบที่ไหน ตีที่ไหน หรือจะแค่กอดคอ ถ้ามีเจตนาทำร้ายมันก็ผิด
ขอพรรคการเมืองอย่าเข้าแทรกแซง
เมื่อถามว่านายชัยชนะระบุว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายพงศกร กล่าวว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแน่นอน มีแต่การสนับสนุน ดังนั้นขอให้ทุกพรรคการเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ รวมถึงตำรวจก็ต้องเป็นคนที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นทาสของนักการเมือง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตำรวจไม่ควรรับฟัง แต่เอาข้อเท็จจริงมาสู้กัน เพราะเจ้านายคือประชาชน ดังนั้นไม่ควรที่จะมีพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นหากนายชัยชนะกระทำผิดก็จะต้องมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรม และยินดีให้ตรวจสอบจริยธรรมหากพบว่าในชัยชนะมีความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์จริยธรรมพรรคและจริยธรรมของนักการเมืองไว้
ผิดจริงพรรคสอบจริยธรรมแน่นอน
เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้จะกระทบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคได้หรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ผ่านมา 80 ปีย่อมมีความผิดพลาดได้ แต่พรรคการเมืองไม่สามารถที่จะไม่ยึดหลักกฎหมายได้ และไม่สามารถเอาตัวเองเป็นที่ตั้งได้ ยืนยันว่า หากนายชัยชนะผิดจริงเราก็ต้องมีการดำเนินการภายในพรรค เพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมพรรค และจริยธรรมนักการเมืองอย่างแน่นอน
‘ชวน’โยน’มารค์’กระทบปชป.หรือไม่
นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ตนติดตามอยู่ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ทราบจากข่าวและยังไม่ได้สอบถาม ส่วนจะมีผลกระทบต่อพรรคหรือไม่ ขอให้สอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ดีตนมองว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
เมื่อถามย้ำว่ามองว่าประเด็นที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อฐานเสียงพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เรื่องเสียงสนับสนุนในปัจจุบัน สิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่คือการซื้อเสียงที่เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ทำหนังสือไปถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้กำลังใจและบอกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้เงินมากที่สุด เพื่อให้ได้เป็น สส.ได้เป็นรัฐบาล ถ้าไม่ได้เป็นจะมีปัญหา เช่น การแทรกแซง สว. ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด ต้องหาทางป้องกันตัวเอง
“ผมทำหนังสือถึงประธาน กกต.ท่านมีหนังสือตอบกลับมาว่า ขอบคุณ และยังทำหนังสือถึงเลขาธิการ กกต.ด้วย แต่เขาไม่ส่งอะไรตอบกลับมา ดังนั้นการเลือกตั้งที่ผ่านมา พวกผมรอดมาได้ เพราะลงบัญชีรายชื่อ ถ้าลงเขตเลือกตั้ง ก็ไม่แน่หรอก แต่เพราะบัญชีรายชื่อ ทำให้ได้ สส.เพิ่มมา” นายชวน กล่าว
‘ชัยชนะ’ย้ำให้เกียรติตำรวจเสมอ
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ตนให้เกียรติและเคารพข้าราชการตำรวจมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าให้การสนับสนุนและปกป้องตำรวจ โดยเฉพาะในประเด็นด้านงบประมาณและกำลังพล ในฐานะที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ ตนได้ต่อสู้เรื่องงบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจมาโดยตลอด จึงขอเรียนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับบัญชาตำรวจทุกระดับว่า ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้เกียรติ เคารพการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ผมให้เกียรติและเคารพในการทำหน้าที่ ผมปกป้ององค์กรนี้ เพราะถือว่าเป็นองค์กรที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน” นายชัยชนะ กล่าว
ขอโทษประชาชนหากทำให้รู้สึกไม่ดี
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอโทษพี่น้องประชาชน หากข่าวที่เผยแพร่ออกไปทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง แต่ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมด้วย เนื่องจากยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร พร้อมขอให้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมตามกระบวนการต่อไปส่วนกรณีที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนยินดีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของพรรคอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการทุกประการ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
‘เท้ง’ยันยื่นซักฟอกสมัยหน้าแน่นอน
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า จะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงไหนนั้นเนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้ หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นการเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อยฉะนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกในส่วนนี้ได้ แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน
บริหารระบอบน้ำเงินแผลเต็มไปหมด
เมื่อถามว่าอะไรจะเป็นแผลที่เราไปตีรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ เยอะแยะเต็มไปหมดในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ ซึ่งคิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวัน ว่าตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศ ใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่าบิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมดและทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ต่อข้อถามว่า มีอะไรบ้างที่จะทำให้ประชาชน รู้สึกว้าว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งจริงๆในฐานะฝ่ายค้าน เราตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ผ่านการตั้งกระทู้และเวทีของกรรมาธิการ ฉะนั้น หากจะพูดถึงกรอบเนื้อหา จะเป็นข้อมูลบางอย่างที่เป็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ที่ในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน เราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวทีของสื่อหรือเวทีต่างๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่
เรื่องฮั้วสว.อยู่ในเป้าหมายสังหาร
เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องฮั้ว สว.จะถูกชูเป็นประเด็นหลักหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องของการโกงสว. เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันจึงอยากให้ทุกคนรอติดตามว่าพรรคประชาชนจะมีการอภิปรายในประเด็นใดบ้าง
มั่นใจหลักฐานเส้นเงิน-คลิปเสียง
เมื่อถามว่าฝั่งรัฐบาลมีการทักท้วงมาตลอดว่า เรื่องการฮั้ว สว.ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องของสว. กังวลหรือไม่ว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่บรรจุญัตติดังกล่าว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากขณะนั้นมีความคิดเห็นของประธานสภาฯออกมาเช่นนั้นจริง ฝ่ายค้านคงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด เพราะเชื่อว่าหลักฐานที่พรรคประชาชนเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับเรื่องเส้นเงิน การไปอยู่ในสถานที่เดียวกัน คลิปเสียง สุดท้ายก็โยงใยไปที่ฝั่งนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีกของพรรคภูมิใจไทย ฉะนั้น การที่จะออกมาปฏิเสธว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตนคิดว่าพูดลำบาก
ซัด’หนู’พาดพิง’ไหม’แต่ไม่กล้ารับ
เมื่อถามถึงกรณีมีการโยงโพสต์ของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการวิ่งชนกำแพง เข้ากับกรณีที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าเหนื่อยกับการสู้กับกำแพง จนทำให้เกิดวิวาทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน มองอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะใช้เวทีในการสื่อสารทุกเวทีรวมถึงโซเชียลมีเดียส่วนตัวแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่การใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวเพื่อมาพูดซึ่งอาจจะพาดพิงนักการเมืองฝั่งตรงข้าม แล้วเมื่อถูกสื่อมวลชนถาม ก็ไม่กล้าที่จะยอมรับตรงๆ นั้น ตนคิดว่าไม่ได้เป็นการแสดงออกที่สมควรสำหรับคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
‘พริษฐ์’ถามกกต.ปมเงิน8.6แสนบาท
นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลัง นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาให้คำตอบถึงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นเงิน 860,000 บาท ที่ได้ทีการโอนให้กับเจ้าหน้าที่ กกต.ในห้วงเวลา เม.ย.-ก.ค.2567 โดย นายพริษฐ์ ระบุว่า เมื่อเย็นวันนี้ (13 ส.ค.) คุณแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีเส้นเงิน 860,000บาท จากนักการเมืองอำนาจเจริญไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆแค่นี้ไม่ได้ เนื่องด้วย 1.นายแสวง ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ กกต. ที่รับเงิน 860,000บาท จาก ญาณี สีฟ้า (ที่ตอนนี้กลายมาเป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ) ณ ตอนนั้น กำลังทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนสำนวนเกี่ยวกับข้อกล่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งของ สส.สุขสมรวย วันทนียกุล (สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย)
สงสัยเงินดังกล่าวจ่ายเป็นค่าอะไร
นายพริษฐ์ จึงได้ตั้งข้อสงสัย ว่า ในเมื่อคุณญาณี (ผู้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต.) มีความสัมพันธ์และมีการทำกิจกรรมร่วมกันกับ สส.สุขสมรวย (ผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนที่เจ้าหน้าที่ กกต.คนดังกล่าว รับผิดชอบ) กกต. มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอะไรมายืนยัน ว่าการโอนเงิน 860,000บาท ดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคดีเลือกตั้งของ สส.สุขสมรวย [ภาพที่แนบมา เป็นภาพการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างคุณญาณีกับ สส.สุขสมรวย (ในวันที่ 18 พ.ค. 2567-1 วันก่อนคุณญาณี โอนเงินครั้งที่ 11) ยอด 20,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่ กกต.และ2วันก่อน กกต.มีมติยกคำร้องคดี สส.สุขสมรวย] ทั้งนี้ หากเงินจำนวนนี้เกี่ยวข้อง กับการฮั้ว สว.จริง กกต.ได้สอบสวนใดๆหรือไม่ กับผู้โอน (ญาณี) หรือ สส.สุขสมรวย และหากเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ตกลงการโอนเงิน 860,000 บาท นั้น เป็นการโอนเพื่อวัตถุประสงค์อะไร”
เกี่ยวทุจริตสส.หรือสว.ตอบให้ชัด
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า และ 2.นายแสวง ยืนยันว่าเส้นเงิน 860,000 บาท ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการเลือก สว. โดยพยายามหยิบยกลำดับเหตุการณ์ต่างๆมาสนับสนุน ข้อสงสัยที่ตามมา คือ นายแสวงบอกว่า ยอดโอนครั้งที่ 1-11 (ยอดรวม 330,000 บาท ในวันที่ 7 เม.ย.-19 พ.ค.) ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะเกิดขึ้นก่อนการเปิดรับสมัคร สว.ในวันที่ 20 พ.ค. แล้วมันจะเป็นไปไม่ได้เลยหรอ ที่พวกเขาจะวางแผนโอนเงินให้ล่วงหน้าก่อนวันรับสมัคร ในเมื่อการเลือก สว.ในปี2567 เป็นการเลือกตามวาระที่ทักคนทราบกรอบเวลาก่อนล่วงหน้ามาเป็นปีๆอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยอดโอนครั้งที่12 (ยอด 520,000 บาท ในวันที่ 1 มิ.ย.) ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะตอนนั้น ยังไม่มีการเลือก สว. ระดับอำเภอ และยังไม่ปรากฎเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือก สว. เข้ามาที่อำนาจเจริญ คำถามคือ มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหรอ ที่พวกเขาจะโอนเงินเพื่อให้ กกต.ช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกพวกเขาในช่วงการเลือก สว. (เช่น ผ่อนปรนเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติ?) แม้ยังไม่มีข้อร้องเรียนใดๆเข้ามา และยอดโอนครั้งที่ 13 (ยอด 10,000บาท ในวันที่ 19 ก.ค.) ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะเกิดขึ้นหลังจากการประกาศผลการเลือก สว.แล้ว คำถามคือ มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหรอ ที่พวกเขาจะโอนเงินเพื่อให้ กกต.เตรียมช่วยเหลือเขา หากมีการร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับการทุจริตการเลือก สว. (ซึ่งในที่สุดมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาหลายเรื่องจริง)
“ไม่ว่าแท้จริงแล้ว เส้นเงิน 860,000บาท จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส.หรือ การเลือก สว.หรือทั้งคู่ ผมเห็นว่า กกต. มีหลายคำถามที่ยังต้องตอบให้ชัดเจนครับ”นายพริษฐ์ ระบุ
ปชป.ตั้งทีมกม.จ่อเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า พรรคปชป.ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งศาลฏีกาหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่า กกต. ไม่ส่งคดีไปยังศาล จะส่งคำร้องเพื่อเอาผิด กกต. ทั้งคดีอาญาและการทุจริตต่อไป นอกจากนั้นแล้วยังมีการตรวจสอบกรณีของฮั้ว สว. ที่มีลักษณะพบว่า พรรคการเมือง นักการเมือง หรือมีการกระทำที่เป็นลักษณะขององค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือแลกคะแนนเลือกสว.หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเขาข่ายผิดกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วยังรวมถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ล่าสุดพบว่าท่าทีต่อการเอาจริงเอาจังในคดีฮั้ว สว.เปลี่ยนไป โดยจะรอให้ กกต.สรุปเรื่องก่อน ทั้งที่ดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น ดีเอสไอ เคยสั่งฟ้อง8คนที่เกี่ยวกับคดี จึงถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายคดีพิเศษ เข้าความผิดมูลฐาน ทั้งนี้ หากพบความผิดปกติ จะดำเนินการต่อดีเอสไอเช่นกัน
“พรรคได้เตรียมรวบรวม ข้อมูล ร่างหนังสือ พร้อมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งให้ดำเนินการกับพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว.เพราะตามกฎหมายกำหนดเจตนาให้ สวว.มีความอิสรระ มีความคิดเป็นของตนเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่คัดกรอง เสนอแนะกฎหมายต่อสังคม หากพรรคใดควบคุม ครอบงำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนนินการ” นายพงศกร กล่าว

