อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน19)

โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
เรื่อยมาจนถึงปี 1492 บนคาบสมุทรไอบีเรีย หรือ แผ่นดินของสเปน และ โปรตุเกส
หลังจากราชินีอิซาเบล ที่ 1 แห่ง คาสตีล กับ เจ้าชายเฟอร์ดินานด์ ที่ 2 แห่งลีออง สามารถทำสงครามขับไล่พวกมัวร์ มุสลิม ที่ปกครองคาบสมุทรนี้มานานกว่า 700 ปี จนสามารถยึดเมืองกรานาดา ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของพวกมัวร์ ทำให้มัวร์ต้องถอนตัวออกจากแผ่นดินสเปนกลับไปยังอัฟริกาในที่สุด

(พระนางอิซาเบล ที่ 1 แห่งคาสติล - ภาพจากวิกิพีเดีย)
ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของคริสเตียนต่อมุสลิม และเป็นการเอาคืน และรักษาหน้าของคริสเตียน เพราะ คริสเตียนเพิ่งจะสูญเสียคอนสแตนติโนเปิล หรือกรุงโรมที่ 2 ของคริสเตียนให้แก่กองทัพอ๊อตโตมาน ในปี 1453
ทำให้อำนาจและบารมีของกษัตริย์แห่งสเปนแผ่ขยายออกไปอย่างไพศาล ในฐานะตัวแทนของชาติคริสเตียนในการต่อต้านมุสลิมในโลกรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ที่น่าสนใจก็คือ หลังจากได้ชัยชนะเหนือพวกมัวร์ ราชินีอิซาเบล ก็ออกประกาศพระราชกฤษฎีกาอัลฮัมบรา บังคับให้ชาวยิวทุกคนต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ หรือ ไม่ก็ต้องเจอกับการเก็บภาษีที่โหด หรือ ไม่ก็ต้องอพยพออกจากประเทศ หรือ ถูกประหารชีวิต
แต่ชาวยิวจำนวนมาก ไม่สามารถทำใจหันมานับถ์อศาสนาคริสต์ได้
ทำไม ชาวยิวจึงไม่ยอมเปลี่ยนมาเข้ารีตศาสนาคริสต์ ทั้งที่ทั้งสองศาสนาต่างก็มีรากเดียวกัน เรื่องนี้น่าสนใจมากแต่ค่อนข้างจะยาว ไว้โอกาสหน้าจะนำมาเล่าให้ฟังครับ
แม้ชาวยิวจำนวนหนึ่งจะยอมเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ แต่บางส่วนก็ยังแอบประกอบพิธีกรรมแบบยิวอย่างลับๆที่บ้าน ทำให้ราชสำนักยิ่งไม่ไว้ใจชาวยิวทั้งหมด
สาเหตุสำคัญที่ราชสำนักสเปนไม่ไว้ใจพวกยิวนอกเหนือจากเรื่องศาสนาแล้วก็คือ เรื่องการเงิน
เพราะชาวยิวเป็นนายทุนเงินกู้ที่ปล่อยกู้ให้แก่ชาวคริสต์จำนวนมาก และเก็บอัตราดอกเบี้ยที่สูง
ว่ากันว่า โครงการที่ราชินีอิซาเบล ส่งโคลัมบัสออกไปเพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ที่จะเดินทางไปยังอินเดียโดยไม่ต้องผ่านคอนสแตนติโนเปิลนั้น พระนางอิซาเบลยังต้องกู้เงินจำนวนมากมาจากชาวยิวด้วย

(พระราชวังอัลฮัมบรา ที่เมืองกรานาดา สเปน สถานที่ออกพระราชกฤษฎีกาของพระนางอิซาเบล ที่ 1 - ภาพจากวิกิพีเดีย)
อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ที่ทำให้พระนางต้องออกพระราชกฤษฎีกาอัลลัมบราขึ้นมาจัดการกับชาวยิว
ชาวยิวจำนวนมากจึงต้องขายบ้านและที่ดินของตัวเอง ที่ถูกบังคับซื้อในราคาถูกแสนถูกเพื่อเดินทางออกจากสเปน
ต่อมาในปี 1497 โปรตุเกส ซึ่งมีความใกล้ชิดกับราชสำนักสเปน ก็ดำเนินรอยตามในความพยายามที่จะทำให้คาบสมุทรไอบีเรียเป็นแผ่นดินที่ปลอดจากผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์

(พระเจ้ามานูเอล ที่ 1 แห่งโปรตุเกส - ภาพจากวิกิพีเดีย)
พระเจ้ามานูเอล ที่ 1 (MANUEL I)ประกาศกฤษฎีกาขับไล่ชาวยิวอีกรอบ แต่โดยเนื้อแท้ พระองค์ต้องการให้ชาวยิวเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาคริสต์มากกว่าที่ออกจากโปรตุเกสไป แต่ชาวยิวที่ยอมเปลี่ยนศาสนาก็ใช้วิธีเดียวกับชาวยิวในสเปน จนทำให้เกิดขบวนการที่เรียกว่า “การสอบสวนของศาลศาสนา” (INQUISITION) เพื่อบังคับชาวยิวอย่างจริงจัง และลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน
ทำให้ชาวยิวจำนวนมากยอมเปลี่ยนศาสนาเพื่อที่จะสามารถอาศัยอยู่ในแผ่นดินเดิมได้ แต่บางส่วนที่เคร่งครัดในศาสนา ก็ยอมที่จะทิ้งแผ่นดินเดิมเพื่อไปหาแผ่นดินใหม่
แล้วพวกเขาจะไปที่ไหนกัน พบคำตอบในสัปดาห์หน้าครับ
ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืนที่ผมจะเป็นผู้บรรยายชม จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ไปถึงเดือนมีนาคม 2570 สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

