อิหร่านไม่ถอย! ขู่สงครามรอบใหม่อาจยืดเยื้อ หลังทรัมป์จ้องถล่มเป้าหมายที่เหลือ

เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังอิหร่านออกโรงเตือนว่า หากเกิดสงครามกับสหรัฐฯ รอบใหม่ การสู้รบอาจยืดเยื้อนานกว่าครั้งที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่สามารถเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขหรือเวลายุติสงครามได้ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณพร้อมโจมตีเป้าหมายที่เหลือในอิหร่าน
โมฮัมหมัด อัครามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า สงครามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตมีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าความขัดแย้งครั้งก่อน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ ยังมีเป้าหมายในอิหร่านอีก 1-2 แห่งที่ต้องจัดการ และสามารถดำเนินการได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที พร้อมกล่าวถึงพื้นที่พิกแอกซ์ เมาน์เทน ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของโครงการนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน
โดย ทรัมป์ยังย้ำคำขู่ระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่รัฐไอโอวา เมื่อวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) โดยระบุว่าอาจต้องใช้มาตรการโจมตีอย่างหนักต่ออิหร่านในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดเผยกำหนดเวลาที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยเว็บไซต์ Axios อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลว่า เนทันยาฮูต้องการให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคาร ขณะที่ทรัมป์ต้องการเปิดโอกาสให้การเจรจาดำเนินต่อไป
แหล่งข่าวอิสราเอลระบุว่าการสนทนาครั้งนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด ส่วนแหล่งข่าวสหรัฐฯ อธิบายว่าเป็นการหารืออย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าได้พูดคุยเรื่องอิหร่านกับเนทันยาฮูจริง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ด้านฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เตือนว่า หากเกิดการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ จะไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ในการตอบโต้ พร้อมระบุว่าอิหร่านได้กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการขนาดใหญ่สำหรับสร้างความเสียหายแก่ฝ่ายศัตรู โดยเป็นการย้ำข้อความเตือนจากอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านหวังให้อีกฝ่ายใช้เหตุผลและเลือกแนวทางการทูต พร้อมยืนยันว่าประเทศยังคงเตรียมพร้อมทั้งสำหรับการป้องกันประเทศและการเจรจา
นอกจากนี้ โมห์เซน เรซาอี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน เปิดเผยว่าได้รับจดหมายจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรื้อฟื้นการเจรจา โดยมองว่าน้ำเสียงของฝ่ายสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางบวก แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซและไม่เจรจา หากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
เงื่อนไขดังกล่าวประกอบด้วย การปลดอายัดทรัพย์สินอิหร่านในต่างประเทศ ยุติการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้มาอย่างยาวนาน และยุติสงครามในทุกแนวรบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

