คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

นรกเดือด
บริษัทสร้างหนัง ชื่อ “สารขัณฑ์พิกเจอร์” เป็น “เสือปืนไว” ในวันนี้ จึงรีบสร้างหนังแอ๊กชั่นสุดดุดันสองเรื่องออกมาฉายโกยกำไรจน “ตู้เซฟปริ”
หนังสองเรื่องสุดดังของสารขัณฑ์พิกเจอร์ ได้แก่ เรื่อง “นรกเดือด” และเรื่อง “มหากาพย์สงครามสี”
วันนี้ขอนำเรื่อง “นรกเดือด” มาวิจารณ์และกระชับย่อสีสันของหนังฮิตไว้ดังนี้
“โลกวันนี้ คลื่นความร้อนได้ถล่มประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกาและเอเชียอย่างดุฉกรรจ์ จนมีกลุ่มเปราะบางตายกันอย่างถี่บ่อย”
แต่ ณ ประเทศสารขัณฑ์ “แปลกกว่าใคร” แม้จะไร้ภัยพิบัติจาก “คลื่นความร้อนมรณะ” และกลับ “จ๊ะเอ๋” กับ “คลื่นความร้อนทางการเมืองอย่างสุดระอุ”
ระอุด้วยสังคมทุกภาคส่วน ต่างก่อสงครามชิวหากันอย่างกระจุยกระจาย โดยเฉพาะ “นักการเมืองอาชีพ” ทั้งหลายที่อยู่ในโคลีเซียมเกียกกาย ต่างกลายเป็น “กลาดิเอเตอร์” ลงสนามสัประยุทธ์ด้วยอาวุธน้ำลายพิษใส่กันจนประชาชน “หูชา” ทั้งประเทศ
“ดาวสภาทั้งโขยง ล้วนมีปากมรณะพ่นน้ำลายพิษสุดอันตราย ยิ่งกว่ามังกร 7 หัวพ่นไฟนรกในตำนานปกรณัมอันเก่าแก่”
“ก็จะไม่ดุดันเท่ากับมังกรพ่นไฟได้อย่างไร?” นอกจากนักการเมืองทุกรายเก่งในการจิกหัวดุด่าตาชันฝ่ายตรงข้ามได้ “ฉอด ฉอด ฉอด” ถี่ยิบยิ่งกว่าจักรเย็บผ้าแล้ว
ยัง “เล่นใหญ่” ไปไกล ลากเอาบุพการีมาขยี้ขย้ำ เช่น “สูเจ้าเป็นลูกของคนขี้คุก” และ “สูเจ้าตามหาพ่อไม่พบ” เป็นต้น
หนังเรื่อง “นรกเดือด” มาถึงบท “เลือดพล่านอำมหิต” ในฉาก “จาง ซูยี่” นักขว้างมีดบิน ปาวาทกรรมดุดันเข้าใส่นักการเมืองฝ่ายศัตรูด้วยเสียง “สุดเข้ม” และ “สุดดัง” ว่า
“สูเจ้าไปลงนรกได้แล้ว และกรุณาลากเอา พรรคพวกของสูเจ้าลงนรกตามไปด้วย”
“ฉากนี้” เล่นเอาคนดูหนังถึงขั้น “อ้าปากค้าง”
แต่แล้ว “ฉากต่อมา” พรรคการเมืองอีกฝ่าย ปรากฏร่างของ “ลี้ คิมฮวง” ปามีดสั้นเข้าใส่ จาง ซูยี่ ปักเข้าที่ “หัวใจ” ว่า
“จาง ซูยี่ เอ๋ย เจ้ากำลังจะถูกศาลพิพากษาในคดีสุดสำคัญ ให้ตกนรกในเร็ววัน และกรุณาขอให้เจ้าลากเอาคนของเจ้าทั้งโขยง ตามลงไปนรกด้วย”
“หนังมาสนุกตรงที่ ทั้งสองฝ่ายต่างลากเอาสหายของตนลงนรกไปด้วย”
เล่นเอาท้าวเวสสุวรรณ เจ้าแห่งโลกันตร์ถึงขั้นออกมาโวยวายว่า
“โลกันตร์ของข้า เคยสงบสุขมายาวนาน แต่วันนี้พวกสูเจ้าต่างเฮโล ลงมาทำให้นรกเดือดพล่าน ดุฉกรรจ์ ยิ่งกว่านรกทาร์ทารัสที่สุดดังของจักรวาลเสียอีก”
หนัง “นรกเดือด” จบแบบไหน? เดากันเองนะครับ
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

