‘VIFF2026’ ไม่ใช่แค่เทศกาลหนัง แต่เป็นพื้นที่เชื่อม‘ภาพยนตร์-คนทำหนัง-ผู้ชม’สู่เวทีนานาชาติ

จาก “เรื่องแรก” สู่ “เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยถูกบอก” เทศกาล VIPA International Film Festival
2026 หรือ VIFF2026 เปิดฉากขึ้นแล้วภายใต้แนวคิด “FIRST” โดยมุ่งใช้ภาพยนตร์เป็นพื้นที่สำหรับการทดลอง มุมมองใหม่ และการสร้างโอกาสให้คนทำหนังรุ่นใหม่ได้พบผู้ชม ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายในวงการภาพยนตร์
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มูลนิธิไทยพีบีเอส VIPA กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย จัดเทศกาล VIFF2026 ระหว่างวันที่ 11 - 25 กันยายน 2569 ณ ไทยพีบีเอส และบนแพลตฟอร์ม VIPA ในรูปแบบ Hybrid Festival โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ฟรี

“FIRST” จุดเริ่มต้นของคนทำหนังและเรื่องเล่าใหม่ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวว่า แนวคิด “FIRST” ของ VIFF2026 ไม่ได้หมายถึงเพียงภาพยนตร์เรื่องแรกของผู้กำกับเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเล่า มุมมองใหม่ วิธีการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ และความกล้าที่จะทดลอง ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานและการเติบโตของคนทำหนัง เป้าหมายของเทศกาลจึงไม่ได้อยู่เพียงการนำภาพยนตร์มาฉาย แต่ต้องการสร้าง “พื้นที่พบกัน” ระหว่างคนทำหนัง ผู้ชม และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ผ่านโปรแกรมที่หลากหลาย ทั้ง Film Talks, Workshops, Masterclasses และ Networking ตลอดจนกิจกรรมพิเศษและนิทรรศการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และต่อยอดไปสู่โอกาสและความร่วมมือใหม่ๆ
เปิดเทศกาลด้วยหนัง “One Cut Monk” ท้าทายข้อจำกัดการเล่าเรื่อง บรรยากาศเปิดเทศกาลเริ่มต้นด้วย Opening Film Talk กับ นายอรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “One Cut Monk” หรือ “วันคัต ดีเนาะ” ที่ร่วมพูดคุยถึงแนวคิด กระบวนการทำงาน เบื้องหลัง และความท้าทายของการสร้างภาพยนตร์ด้วยภาษาภาพยนตร์ที่แตกต่าง ก่อนนำผู้ชมเข้าสู่การฉายภาพยนตร์เปิดเทศกาล “One Cut Monk” ซึ่งโดดเด่นด้วยการถ่ายทำแบบเทคเดียวตลอดเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจังหวะของเหตุการณ์และพื้นที่จริงโดยไม่ตัดภาพ ความยาว 100 นาที นับเป็นอีกตัวอย่างของการใช้รูปแบบการถ่ายทำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง และสะท้อนความท้าทายของคนทำหนังที่เลือกทดลองกับข้อจำกัดของภาษาภาพยนตร์

ด้าน นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ภาพยนตร์และสารคดีในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือในการบันทึกประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต มุมมองทางสังคม และมรดกทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคอนเทนต์สร้างสรรค์ของไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้สร้างและบุคลากรในวงการได้พัฒนาผลงานและเพิ่มการยอมรับในระดับสากล โดยมองว่า VIFF2026 เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ บุคลากรในวงการ และประชาชนเข้าถึงผลงานภาพยนตร์และสารคดี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านสื่อสาธารณะ
หนึ่งในเวทีสำคัญของ VIFF2026 คือ VIPA Film Prize:Emerging Competition การประกวดภาพยนตร์สั้นประเภท Fiction และ Documentary เพื่อค้นหาผู้กำกับและนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผลงานได้พบกับผู้ชมและเครือข่ายในวงการภาพยนตร์ ปีนี้มีผลงานจากผู้สร้างไทยและต่างประเทศส่งเข้าร่วมกว่า 181 เรื่อง จาก 9 ประเทศ ก่อนผ่านการคัดเลือกเหลือ 20 ผลงานในรอบสุดท้าย โดยผู้ชมยังมีส่วนร่วมผ่านการโหวต Audience Choice Award ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการพาผลงานของคนทำหนังรุ่นใหม่ออกไปสู่ผู้ชมในวงกว้าง

ตลอด 15 วันของเทศกาล ผู้ชมจะได้พบภาพยนตร์ไทยและนานาชาติกว่า 46 เรื่อง ครอบคลุมผลงานจากการแข่งขันและโปรแกรมพิเศษที่คัดสรรขึ้นเพื่อชวนมองภาษาภาพยนตร์ในมิติที่หลากหลาย อีกหนึ่งโปรแกรมเด่นคือ “ONE SHOT, MANY VOICES - หนึ่งช็อต หลายเสียงของหนังอิสระ” ที่นำภาพยนตร์คลาสสิกและร่วมสมัยซึ่งมีรูปแบบการเล่าเรื่องแบบ Long Take หรือ One Cut มาจัดฉาย 5 เรื่อง ได้แก่ Rope (1948), Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014), 1917 (2019), Boiling Point (2021) และ Mads (2024) โปรแกรมดังกล่าวทำหน้าที่มากกว่าการฉายภาพยนตร์ เพราะชวนผู้ชมมองย้อนกลับไปถึงวิธีที่ผู้กำกับแต่ละยุคใช้ “หนึ่งช็อต” ในการสร้างจังหวะ ความต่อเนื่อง ความกดดัน และความหมายของเรื่องราว ก่อนเชื่อมโยงกลับมาสู่การทดลองของคนทำหนังอิสระในปัจจุบัน

ส่งต่อพื้นที่ให้ “นักเล่าเรื่องรุ่นใหม่” ในงาน VIPA Pitching Project 2026 Awards โครงการประกวดสารคดีสั้นความยาวไม่เกิน 20 นาที ภายใต้หัวข้อ “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลังคนธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา” โครงการนี้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษานักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ อายุ 18-24 ปี จำนวน 20 ทีม ได้พัฒนาแนวคิด เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างสรรค์สารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนซึ่งสร้างแรงบันดาลใจ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของเทศกาลคือ นิทรรศการ “50 ปี 6 ตุลา : SCENE OF OCT. จากรอยแผลสู่อนาคต” ซึ่งนำเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัยภายใต้แนวคิด “6 Scenes 6 Perspectives” นิทรรศการเชื่อมโยงเรื่องราวผ่านงานศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี บทกวี การตั้งคำถาม และบอร์ดเกม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เรียนรู้และทบทวนอดีต พร้อมตั้งคำถามถึงความหมายที่เหตุการณ์ดังกล่าวยังมีต่อสังคมในปัจจุบันและอนาคต นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 21 กันยายน-16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00-18.00 น. ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร D ไทยพีบีเอส

ตลอด 15 วันของ VIFF2026 เทศกาลจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการชมภาพยนตร์ หากแต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยง “ภาพยนตร์-คนทำหนัง-ผู้ชม” เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การค้นพบเรื่องเล่าและผลงานใหม่ การเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่างคนทำหนังไทยกับวงการภาพยนตร์นานาชาติ เพื่อให้จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของคนทำหนังรุ่นใหม่ ได้ก้าวต่อไปสู่เรื่องราวและโอกาสที่ไกลกว่าเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

