สวนดุสิตโพลเผย คนไทยกว่า 66% มองอิทธิพลการเมือง ทำลายความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,123 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า เมื่อกล่าวถึง “กระบวนการยุติธรรมไทย”กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นึกถึงการพิจารณาและตัดสินคดีของศาล ร้อยละ 63.85ทั้งนี้จากสถานการณ์คดีทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรมไทย ร้อยละ 46.39 โดยมองว่าคนแต่ละกลุ่มในสังคมไทยได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่เท่าเทียมเลย ร้อยละ 38.02 เรื่องที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยลดลง คือ การแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมืองร้อยละ 66.87 เรื่องที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย คือทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ร้อยละ 66.52
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นธรรมและความเท่าเทียมการเรียกคืนความเชื่อมั่นจึงต้องทำให้ประชาชนเห็นและสัมผัส ได้ว่า กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ เป็นที่พึ่งเข้าถึงได้ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการตั้งคำถามจากสังคมเหมือนอย่างที่เห็นในทุกวันนี้
ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลสะท้อนสัญญาณที่สังคมไม่ควรมองข้ามสรุปวิเคราะห์ผลโพล : คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเมื่อประชาชนกว่าสองในสามขาดความเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทยสะท้อนความรู้สึกสะสมว่ากฎหมายอาจมิได้ทำงานอย่างเสมอหน้ากับทุกคน ยิ่งประชาชนร้อยละ 73.55 มองว่าคนแต่ละกลุ่มได้รับความเป็นธรรมไม่เท่าเทียมกันยิ่งชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างหลักความเสมอภาคกับประสบการณ์ที่ประชาชนได้รับจริงการแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมืองเป็นข้อกังวลสำคัญ เพราะเมื่อความเป็นอิสระถูกตั้งคำถามความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย ความเชื่อมั่นต้องเกิดจากกระบวนการที่โปร่งใส มีมาตรฐานและอธิบาย ต่อสาธารณะได้เสียงเรียกร้องให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น
ย้ำว่าความยุติธรรมต้องไม่เป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่มีความรู้ เงิน หรืออำนาจต่อรองการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจึงต้องเริ่มจากการทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่ากฎหมายคุ้มครองทุกคนอย่างเสมอภาคไม่เลือกฐานะหรือสถานะทางการเมือง ท้ายที่สุด ความยุติธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่น มิใช่เพียงความยุติธรรมที่รัฐประกาศหากต้องเป็นความยุติธรรมที่ประชาชนมองเห็น เข้าถึง และตรวจสอบได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

