กรมการข้าว ดับข่าวลือ 'เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย' ไม่เป็นความจริง ยันเกษตรกรทำได้ตามปกติ

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่โลกโซเชียลมีชาวเน็ตหลายคนต่างก็แชร์ภาพหรือข้อความเกี่ยวกับการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย จนกลายเป็นที่ถกเถียงของสังคมเป็นวงกว้าง
ล่าสุด 20 กันยายน 2569 กรมการข้าว ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความชี้แจงข้อเท็จจริงของการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูก ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "สืบเนื่องจากที่มีการแชร์ข้อมูลว่า "การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ดังนี้
การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อและขายผลผลิตยังทำได้ เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ (Seed) ไว้ปลูกต่อในรอบปีถัดไป และสามารถขายผลผลิต (Grain) ได้ตามปกติ
ขอบเขตการคุ้มครองไม่ครอบคลุมทุกพันธุ์ สิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (PBR/PVR/PVP) จะคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์เท่านั้น ไม่รวมถึง พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์ท้องถิ่น และพันธุ์การค้าทั่วไป
สิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ (Farm Saved Seed - FSS)
กฎหมายมีข้อยกเว้นรองรับ ทั้งในส่วนของการใช้ประโยชน์ส่วนตัว การวิจัย ทดลอง หรือปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงสิทธิพิเศษของเกษตรกรรายย่อย (Farmers’ Privilege) ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ:การขยายและขายเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์ที่มีการคุ้มครองสิทธิ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย
สรุป: ข่าวที่ว่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อมีความผิดนั้น "ไม่เป็นความจริง" เกษตรกรยังคงมีสิทธิในการเลือกซื้อ และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เพาะปลูกได้ตามวิถีเดิม
แหล่งที่มา : กรมวิชาการเกษตร"

หลังจากที่โพสต์ของ กรมการข้าว เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เช่น
"ให้ท่าน อธิบดีตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้เป็นกิจลักษณะดีกว่าครับ จะได้ตอบข้อสงสัยด้วย"
"ยังไงผม ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อว่าวันนึงนักปรับปรุงพันธุ์ก็จะนำพันธุ์พืชพื้นเมืองพืชประจำถิ่นต่างๆมาพัฒนาสายพันธุ์ให้มีศักยภาพแล้วก็จดลิขสิทธิ์สายพันธุ์อาจจะเป็นความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ครับ"
"ผมเคยใช้เมล็ดพันธุ์ของกรมการข้าวเมื่อปี67 เป็นมะลิ105 พบว่าเวลาหุงไม่หอม เหมือนพันธุ์ดั้งเดิม หรือพันธุ์ท้องถิ่น ปีนี้69 ผมกลับมาใช้พันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม ผมต้องตั้งชื่อพันธุ์ข้าว และนำไปจดทะเบียนไหมครับ เผื่อว่าเวลาผมขาย จะได้ไม่ผิดกฎหมายไงครับ และจะได้แจกจ่ายให้เจ้าอื่นด้วย และให้ชาวนา งดปลูกพันธุ์ข้าวที่เขาจดทะเบียนไว้ หันมาปลูกพันธุ์ดั๊งเดิมของปู่ย่าตายาย ของประเทศไทยเราครับผม พันธุ์ใหนดัดแปลงมา ห้ามคนไทยปลูก มันจะเป็นเหมือนเมล็ดผัก ที่เราต้องซื้อจากซองทุกครั้งที่ปลูก พันธุ์ดั้งเดิมหายหมดแล้ว ชาวนาทุกคนจงช่วยกัน อย่าให้ข้าวที่อยู่กับเรา มาตั้งแต่ คนยุคคนแปดศอก ต้องหายไปแล้ว หันมาปลูกข้าวที่เขาพัฒนามาโดย อ้างทนแล้ง ทนฝน ทนยาฆ่าหญ้า มาให้เราปลูก เพราะสารอาหารบางอย่างอาจหายไป อาจนำไปสู่ การสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ มนุษย์จะมีบุตรยาก จนหมดยุคของมนุษย์เพราะกินอาหารดัดแปลง ก็อาจเป็นไปได้ ถ้าปลูกขายส่งนอกไม่เป็นไร ถ้าปลูกกินเอง โปรดใช้พันธุ์ข้าวไทยท้องถิ่นดั๊งเดิมเถิดครับผม"
"ก็อันตรายอย่าง ยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหาร หัวใจของการเพาะปลูกคือเมล็ดพันธุ์ การที่มีกฎหมายผูกขาด ให้กลุ่มคนที่เข้าถึงทรัพยากรพันธุ์ มากกว่าย่อมสร้างความได้เปรียบ ทางธุรกิจ ถ้าคุณจะสร้างกฎหมายนี้ คุณต้องให้ชาวนาทุกคน มีห้องแลป แบบตัดต่อยีน ผลิตเมล็ดพันธุ์ ทุกครัวเรือนด้วย เพื่อสร้างพันธุ์ใหม่ ใครไม่มีองค์ความรู้ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ก็ต้องทำให้มีเข้าถึง ถ้าเกษตรกร ชาวนา ทุกราย เป็นนักปรับปรุงพันธุ์ทั้งหมด กฎหมายนี้จะไม่สร้างความได้เปรียบและการแข่งขัน ทางธุรกิจ"
"ขอถามกรรมการข้าว..หากเกิดกรณีที่พืชพันธุ์คุ้มครองสิทธิ เกิดเหตุการณ์ละอองเกสรไปผสมกับพืชพันธุ์ของชาวบ้าน หรือพันธุ์ OP ที่ชาวบ้านปลูก และชาวบ้านได้นำเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการผสมอย่างไม่รู้ตัว จากแมลง หรือลมพัดไปผสมกันตามธรรมชาติ และถ้าหากบริษัทที่จดทะเบียนคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืช จะฟ้องร้องตรวจสอบ DNA เมล็ดพันธุ์พืชของชาวบ้านที่ปลูก รัฐจะคุ้มครองชาวบ้านอย่างไร"
"ถ้าเกษตรกรถูกพ่อค้าบังคับให้ซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีลิขสิทธิ(อาจแลกด้วยข้อเสนอที่เกษตรกรจำเป็นต้องยอมรับ) สุดท้าย เกษตรกรคนนั้นก็ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ตลอดไป บริบทแบบนี้เกิดในไทยบ่อยๆ ไม่ทราบว่า จะปกป้องสิทธิเกษตรกรคนนั้นยังไง?"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมการข้าว Rice Department
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

