ซาบีดา เตือน มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา หยุดเคลมภาพสตรีไทยสมัยร.5 เดินหน้าฟ้องหากยังเพิกเฉย

21 กันยายน 2569 จากกรณีที่เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2026 (Miss Universe Cambodia 2026) นำภาพสตรีไทยสมัยโบราณ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไปใช้เป็นวิดีทัศน์ (VTR) เพื่อประกอบการนำเสนอวัฒนธรรมการแต่งกายของกัมพูชา ในรอบพรีลิมินารี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ซึ่งภาพที่ถูกนำมาใช้เผยแพร่นั้นเป็นภาพ หญิงสาวเมืองกำแพงเพชร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีหลักฐานจากกรมศิลปากรปรากฎออกมาอย่างชัดเจน
ล่าสุดนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกแถลงข่าวที่อาคารหอสมุดแห่งชาติ กรณีที่ กัมพูชา ได้นำเสนอการแต่งกาย และ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไทย บนเวทีประกวด มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2026 (Miss Universe Cambodia 2026) โดย น.ส.ซาบีดา ระบุว่า จากกรณีที่มีรายงานทั้งในสื่อโซเชียลของกัมพูชาและสื่อไทยว่า ผู้จัดงานเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา นำเสนอวีทีอาร์ ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งกายของกัมพูชา โดยปรากฏว่ามีการใช้ภาพที่มีแหล่งที่มาจากประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่า การกระทำดังกล่าวไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นการบ่งชี้ว่าผู้จัดทำวีทีอาร์ดังกล่าวมีเจตนากล่าวอ้าง เหมารวม และโน้มน้าวให้สาธารณชนเชื่อว่าเป็นการแต่งกายของกัมพูชาโดยแท้จริง
กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำกับดูแลกรมศิลปากร และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้เวทีประกวด 'มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา' ยุติการกระทำดังกล่าว และการเผยแพร่ข้อมูลอันบิดเบือน พร้อมขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการอ้างอิงข้อมูลภาพถ่าย เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายของสตรีชาวกำแพงเพชร ซึ่งถ่ายขึ้นที่กำแพงเพชรในช่วงพุทธศักราช 2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ภาพดังกล่าวได้รับการบันทึกในหอสมุดพระสมุทรวชิรญาณ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกกับองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2017
โดยภาพต้นฉบับเป็นฟิล์มต้นฉบับ มีตรากรมศิลปากรประทับเป็นลายน้ำอยู่ แต่เวทีกองประกวดนั้นที่นำภาพไปใช้มีการครอปเอาลายน้ำออก การที่นำภาพโดยไม่มีการอ้างอิง ไม่มีการ reference ถึงแหล่งที่มาของข้อมูล กรณีที่เกิดขึ้นนี้ กระทรวงวัฒนธรรมก็จะดำเนินการโดยการส่งหนังสือตักเตือน แล้วก็ทักท้วงไปยังกองประกวด มิสยูนิเวิร์ส ของประเทศกัมพูชา แล้วก็จะให้ดำเนินการแก้ไข แต่ถ้าหากว่าทางกองประกวดยังไม่ดำเนินการแก้ไขใดๆ ทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ขอสงวนสิทธิในการที่จะดำเนินการตามกฎหมาย แล้วก็ดำเนินการตามช่องทางที่เหมาะสมต่อไป
กระทรวงวัฒนธรรมจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้พัฒนาการของชุดไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำชุดไทยไปจัดโรดโชว์และจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั้งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศฝรั่งเศส และล่าสุดคือประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาคมโลกและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของชุดไทยพระราชนิยม นอกจากชุดไทยพระราชนิยมแล้ว ยังมีการเล่าเรื่องการแต่งกายสตรีในยุคก่อน ซึ่งเป็นที่มาของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่ออีกว่า ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและดิฉันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม มีความรัก แล้วก็มีความหวงแหนในวัฒนธรรมของไทยไม่น้อย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทุกท่าน แต่สิ่งสำคัญ สิ่งที่เราจะทำเราก็จะทำอย่างจริงจังเด็ดขาด ขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้กระทรวงวัฒนธรรมจะไม่ปล่อยผ่าน
ทั้งนี้ขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ร่วมกันหวงแหนชุดไทยอันเป็นมรดกของชาติ และการที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการพูดถึงชุดไทยอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทย แต่ขอให้มีการอ้างอิงข้อมูลของประเทศไทยและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีอย่างครบถ้วนและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน
ส่วนการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามช่องทางที่เหมาะสม โดยประการแรกจะดำเนินการตามช่องทางการทูตเพื่อเป็นการตักเตือน เพราะไม่ต้องการให้เป็นประเด็นระหว่างรัฐกับรัฐ แต่กรณีที่ภาคเอกชนดำเนินการบิดเบือนข้อมูล จะต้องมีการตักเตือน และหากยังไม่ดำเนินการแก้ไข กระทรวงวัฒนธรรมก็ต้องสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

