เปิดแผนอุ้ม‘ดีเซล’ เบรกราคาทะลุลิตรละ 54 บาท

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลบริหารราคาน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อไม่ให้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกส่งผ่านมายังค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจเต็มจำนวนในทันที โดยมาตรการล่าสุดของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ภายใต้การดำเนินนโยบายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คือ การปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B0 B7 และ B20 4 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-31 ตุลาคม 2569 เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมัน และช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนในโครงสร้างราคา ไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการต้องปรับสูงขึ้นมากกว่าระดับปัจจุบัน
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า มาตรการเดือนกันยายนไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลดำเนินการในปีนี้ โดยกระทรวงพลังงาน ได้บริหารราคาเป็นระยะตามสถานการณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน-9 พฤษภาคม 2569 กบง.ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นดีเซล 5 บาทต่อลิตร ก่อนปรับเป็น 3 บาทต่อลิตรระหว่างวันที่ 10-19 พฤษภาคม หลังค่าการกลั่นช่วงต้นเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14 บาทต่อลิตร ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม-15 สิงหาคม ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นอีก 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากช่วงค่าการกลั่นสูงมาช่วยพยุงราคา ก่อนเพิ่มส่วนลดเป็น 4 บาทต่อลิตรในมาตรการปัจจุบัน
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ดีเซลหมุนเร็วธรรมดามีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 8.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร หากคำนวณจากโครงสร้างราคาวันดังกล่าวโดยสมมติให้องค์ประกอบอื่นคงเดิม หากไม่มีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น 4.28 บาทต่อลิตร หรือจาก 40.69 บาท เป็นประมาณ 44.97 บาทต่อลิตร และหากไม่มีทั้งส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น และเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ราคาจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น 13.50 บาทต่อลิตร หรืออยู่ที่ 54.19 บาทต่อลิตร
“สิ่งที่นายเอกนัฏ และกระทรวงพลังงาน กำลังทำ ไม่ใช่การทำให้ต้นทุนพลังงานหายไป แต่เป็นการบริหารแรงกระแทก ไม่ให้ภาระทั้งหมดตกถึงประชาชนในคราวเดียว เพราะราคาดีเซลไม่ได้กระทบเฉพาะคนใช้รถ แต่เชื่อมโยงไปถึงต้นทุนขนส่ง เกษตร การผลิต ราคาสินค้า และค่าครองชีพในวงกว้าง” น.ส.ลลิดา กล่าว
สำหรับการเปรียบเทียบ “ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน” ของ สนพ. ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 ราคาดีเซลไทยอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปของมาเลเซียที่ 42.96 บาท และอินโดนีเซีย 44.73 บาท หรือไทยต่ำกว่า 2.27 บาท และ 4.04 บาท ตามลำดับ โดยการเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศต้องพิจารณารอบด้าน เพราะแต่ละประเทศมีโครงสร้างภาษี อัตราแลกเปลี่ยน ระบบอุดหนุน แตกต่างกัน โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียมีเชื้อเพลิงราคาพิเศษสำหรับโครงการบางประเภท การเปรียบเทียบข้างต้นหมายถึง “ราคาตลาดทั่วไป” ไม่ได้หมายความว่าดีเซลไทยราคาต่ำกว่าราคาอุดหนุนทุกประเภทของ 2 ประเทศ
“รัฐบาลไม่ได้บอกว่าดีเซลไทยถูกที่สุดในอาเซียน แต่จากข้อมูล สนพ. คือ ราคาดีเซลไทยอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผลที่เห็นวันนี้มาจากการบริหารมาตรการหลายด้าน โดยนายเอกนัฏ และกระทรวงพลังงาน ได้ติดตามราคาตลาดโลก ค่าการกลั่น และฐานะกองทุนน้ำมันฯ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการช่วยประคองค่าครองชีพของประชาชนกับการรักษาเสถียรภาพพลังงาน” น.ส.ลลิดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

