สยบข่าวลือ! "คลัง-ไทยพีบีเอส" ประสานเสียงปัดควบรวม "อสมท" จับตากลเกมเร่งปิดดีลที่ดินรัชดา 50 ไร่

กระทรวงการคลังและผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ออกโรงปฏิเสธข่าวลือการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT) และ ไทยพีบีเอส อย่างสิ้นเชิง ชี้โครงสร้างและกฎหมายต่างกันชัดเจน ขณะที่บอร์ด อสมท ตั้งข้อสังเกตข่าวลืออาจเป็นเพียงเครื่องมือกดดัน หวังเร่งรัดดีลปล่อยเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา-พระราม 9
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ตนทราบข่าวดังกล่าวผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น และไม่เคยเห็นข้อเสนอการควบรวมกิจการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่อย่างใด
สอดคล้องกับ นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่กล่าวย้ำว่า สคร. ไม่เคยมีแนวคิดเสนอให้ควบรวมกิจการของทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากมีโครงสร้าง วัฒนธรรมองค์กร และข้อจำกัดทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะไทยพีบีเอสที่มีสถานะเป็นสื่อสาธารณะและมีความเป็นอิสระอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ผอ.สคร. ยอมรับว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจล่าสุด ได้เห็นชอบแผนฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ซึ่งมี อสมท รวมอยู่ด้วย โดยได้เสนอแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพหลายรูปแบบ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจาก อสมท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเสียก่อนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ถือหุ้น โดย สคร. เตรียมแถลงรายละเอียดทันทีหลังการประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า
แหล่งข่าวระบุว่า ข่าวลือการควบรวมนี้อาจมีเบื้องลึกเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางอสังหาริมทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม นางสาวสุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงินของ อสมท เคยตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวการควบรวมอาจเป็นเพียง "เครื่องมือ" ในการกดดันบอร์ดบริหารให้เร่งสรุปข้อตกลงการปล่อยเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา-พระราม 9 ขนาด 50 ไร่ ซึ่งเตรียมเปิดรับข้อเสนออย่างเป็นทางการในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2569 ท่ามกลางความสนใจของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ที่อาจต้องการเร่งปิดดีลให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2570
ด้านความเคลื่อนไหวภายในสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้ออกสารจดหมายเปิดผนึกเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน โดยยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีข้อเสนอหรือคำสั่งเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ เนื่องจากองค์กรมีภารกิจ สถานะทางกฎหมาย โครงสร้างทางการเงิน และแหล่งรายได้ในฐานะ "สื่อสาธารณะ" ที่แตกต่างจาก อสมท อย่างชัดเจน พร้อมกำชับให้พนักงานเดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อตอกย้ำคุณค่าของการเป็นพื้นที่กลางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและพึ่งพาได้ตลอดไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

