ฮูตีสางแค้นซาอุฯ โจมตีคลังน้ำมันยับ ‘อิหร่าน-มะกัน’ระอุ

รอยเตอร์สเปิดภาพความเสียหาย กลุ่มฮูตี ยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มจุดอ่อนซาอุฯ คลังน้ำมันอารัมโก-สนามบินคิงคาลิด ย้ำเจตนาโจมตีกลางเมืองหลวงซาอุฯ ตอบโต้ที่ซาอุฯนำพันธมิตรโจมตีเยเมน ด้านศึกอิหร่าน-สหรัฐฯกรุ่น ฮึ่มพร้อมตอบโต้ใส่กันเดือด
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังกลุ่มฮูตี ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านออกมายืนยันการลงมือโจมตีเป้าหมายละเอียดอ่อนในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายระลอก ซึ่งเป็นการโจมตีใจกลางเมืองหลวงซาอุดีอาระเบียครั้งแรกนับตั้งแต่การยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาคเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์สได้เปิดภาพวิดีโอ รวมถึงภาพถ่าย กลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่เขตน่านฟ้าใกล้กับทางหลวงมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) โดยมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ด้านหลังคลังเก็บเชื้อเพลิงของสนามบิน ทางการซาอุดีอาระเบียส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือให้ประชาชนในกรุงริยาดและเมืองอัล-คาร์จ ทางตะวันออก ระวังการโจมตีทางอากาศตลอดทั้งคืน
ด้านโฆษกกลุ่มฮูตีแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของฝ่ายพันธมิตร นำโดยซาอุฯ ที่เกิดขึ้นในกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน นอกจากกรุงริยาดแล้ว กองกำลังฮูตียังยิงขีปนาวุธใส่โรงงานและคลังน้ำมันของบริษัท ซาอุดีอารัมโก ในเมืองท่าส่งออกน้ำมันยันบู ริมฝั่งทะเลแดงอีกด้วย
กองกำลังพันธมิตร นำโดยซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ระบบป้องกันทางอากาศของซาอุฯสามารถยิงสกัดทำลายขีปนาวุธของฮูตีที่พุ่งเป้ากรุงริยาดได้สำเร็จช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ พร้อมยับยั้งการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าพลเรือนในเมืองบิช เมืองฟาราซาน และเมืองตาอิฟ ได้เช่นกัน ซึ่งฝ่ายซาอุฯไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดความเสียหายของคลังน้ำมันสนามบิน หลังมีภาพปรากฏออกมาต่อสายตาชาวโลก มีรายงานว่า พันธมิตรซาอุฯ เปิดปฏิบัติการทางอากาศตอบโต้ในเยเมนแล้วกว่า 760 ครั้ง ขณะที่กลุ่มฮูตีรุกยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบจนกุมเปรียบการเดินเรือพลังงาน การยกระดับความรุนแรงดังกล่าวเขย่าขวัญตลาดพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 104.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่มอห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์อัลจาซีราว่า เตหะรานต้องการให้สงครามระหว่างซาอุฯกับกลุ่มฮูตียุติลง โดยอิหร่านส่งเงื่อนไขผ่านตัวกลางกาตาร์ และปากีสถานไปยัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาแล้ว โดยมีเงื่อนไขหลักคือ «การยุติสงครามในทุกแนวรบ»
วันเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่าสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านว่า ต่างฝ่ายยังออกมาข่มขู่กัน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า ผู้นำอิหร่านควรยอมทำข้อตกลง ไม่เช่นนั้นต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือไม่ก็ถูกกำจัด
ขณะที่กองบัญชาการกลางของกองทัพอิหร่านอ้างว่า ได้รับข้อมูล กำลังมีการเตรียมการเพื่อโจมตีครั้งใหม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีฐานทัพและแหล่งความมั่นคงของสหรัฐ พร้อมเตือนว่า พันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาค ถือเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งเช่นกัน
ส่วนนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เดินทางไปนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาสัปดาห์นี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวว่า พร้อมเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกับผู้นำอิหร่าน
ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่ได้รับวีซ่าจากสหรัฐเพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA ระบุว่า กำลังรอการตอบรับจากสหรัฐต่อข้อเสนอยุติสงครามที่ส่งให้ผ่านกาตาร์ โดยโมห์เซน เรซาอี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวนั้น รวมถึงการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ ปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่สหรัฐยึดไว้ และการยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่อท่าเรือของอิหร่านด้วย
จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ เดินทางเยือนอียิปต์และเข้าพบ ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัสซีซี ของอียิปต์ และเผยว่า อาซีซีแสดงการสนับสนุนการบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ปัญหาสงครามอิหร่าน และส่งเสริมความเข้มแข็งเสรีภาพในการเดินเรือ และขอคัดค้านการกระทำที่เป็นการรุกรานประเทศอาหรับ
เอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดเผยว่า ได้ให้คำมั่นกับรัฐบาลสหรัฐว่า จะไม่โจมตีเรือของสหรัฐในทะเลแดง แต่เตือนประเทศต่างๆ ไม่ให้เข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ในสงครามกลางเมืองเยเมนที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

