Fujitsu ชี้องค์กรไทยต้องกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจให้ชัดเจน ก่อนลงทุน AI

พร้อมเผย 3 ปัจจัยที่ช่วยเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้
ในช่วงที่องค์กรทั่วโลกเร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คำถามสำคัญที่ผู้บริหารจำนวนมากกำลังเผชิญอาจไม่ใช่ “จะนำ AI มาใช้อย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้การลงทุนดังกล่าวสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง”
บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า หลายองค์กรเริ่มนำ AI ไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน แต่โจทย์สำคัญยังคงอยู่ที่การเปลี่ยนศักยภาพของเทคโนโลยีให้กลายเป็นคุณค่าทางธุรกิจที่วัดผลได้ จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรในหลายอุตสาหกรรม ฟูจิตสึ สรุปประเด็นสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กรในยุค AI ดังนี้
การใช้ AI เพิ่มขึ้น แต่คุณค่าทางธุรกิจยังเป็นโจทย์สำคัญ
จากวงสนทนาระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในประเทศไทยที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ พบว่า องค์กรจำนวนมากเริ่มนำ AI มาใช้ในงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการองค์ความรู้ การทำงานอัตโนมัติ และการสนับสนุนการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม การใช้งานส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานหรือการลดต้นทุน มากกว่าการสร้างการเติบโตทางธุรกิจหรือการสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเริ่มต้นใช้งาน AI แต่อยู่ที่การขยายผลจากโครงการนำร่องไปสู่การใช้งานในระดับองค์กร และการเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้กลายเป็นคุณค่าที่วัดผลได้จริง ด้วยเหตุนี้ องค์กรจำนวนมากจึงหันมาให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง AI เข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ใหม่ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน หรือการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่
Digital Transformation ที่ได้ผล ต้องเริ่มจากเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่การเลือกเทคโนโลยี
มร. จุน ฮาชิโมโตะ ตัวแทนประจำประเทศไทย บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรในญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า แม้หลายองค์กรจะเริ่มลงทุนใน AI และโครงการดิจิทัลแล้ว แต่ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวังได้ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร หรือสร้างคุณค่าใดจากการลงทุนดังกล่าว ขณะเดียวกัน หลายองค์กรยังเผชิญข้อจำกัดจากระบบเดิม กระบวนการทำงานที่ยังต้องพึ่งพาคน และข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ
การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้จึงไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ทันที หากองค์กรยังไม่สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบการทำงานหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ การลงทุนดังกล่าวก็อาจเป็นเพียง “เหล้าเก่าในขวดใหม่” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการเดิม แต่ไม่ได้สร้างความแตกต่างหรือความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างที่คาดหวัง ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนองค์กรยังต้องคำนึงถึงผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการพึ่งพาระบบหรือผู้ให้บริการภายนอกที่เพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ฟูจิตสึจึงมองว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการกำหนดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการให้ชัดเจน ก่อนออกแบบกระบวนการ ข้อมูล บุคลากร และเทคโนโลยีให้ทำงานสอดคล้องกัน เพื่อให้ทุกการลงทุนสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้จริง
ความสำเร็จของ Transformation ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ ข้อมูล และบุคลากร
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นจาก Mindset ของผู้นำ ความสามารถในการเรียนรู้ รวมถึงความกล้าที่จะท้าทายกรอบความคิดและแนวทางการทำงานแบบเดิม เพื่อเปิดโอกาสสู่แนวทางที่ดีกว่า เพราะในหลายกรณี ความสำเร็จที่เคยสร้างการเติบโตในอดีต อาจกลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้องค์กรมองไม่เห็นโอกาสใหม่ๆ และปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับประสบการณ์ของฟูจิตสึจากการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำทั่วโลก ซึ่งพบว่า องค์กรที่สามารถเปลี่ยนศักยภาพของ AI และ Digital Transformation ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้และยั่งยืน มักมีองค์ประกอบร่วมกัน 3 ประการ ได้แก่ การมีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการเติบโต รากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือสำหรับการตัดสินใจ และบุคลากรที่พร้อมเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ
บทบาทของพันธมิตรในวันที่การเปลี่ยนแปลงมีความซับซ้อนมากขึ้น
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจำนวนมากไม่ได้เผชิญความท้าทายจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการบริหารข้อมูล การปรับกระบวนการทำงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรจำนวนมากจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเข้าใจทั้งมิติของธุรกิจและเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้โดยมีทิศทางที่ชัดเจน
มร. จุน ฮาชิโมโตะ กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ การเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลลัพธ์อย่างแท้จริงต้องอาศัยการผสานกลยุทธ์ทางธุรกิจ ข้อมูล บุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของการทำ Transformation ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่คือการสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

