แฉยิวรุกลงใต้ จ่อกว้านซื้อที่ดิน3จว. ผุดชาบัดเกือบ100ล.

แฉยิวรุกลงใต้
จ่อกว้านซื้อที่ดิน3จว.
ผุดชาบัดเกือบ100ล.
มท.2 แฉนายทุนโยงเครือข่ายยิวเตรียมซื้อที่ดิน 3 จังหวัดชายแดนใต้มูลค่าเกือบ 100 ล้าน สร้าง “ชาบัด” แล้ว จ่อลงพื้นที่เข้มตรวจสอบด้วยตัวเอง หวั่นลามทำขัดแย้งกับศาสนา-ชุมชน กำชับผู้ว่าฯ-ปกครองสแกนทั่วพื้นที่เร่งทำความเข้าใจคลายกังวลชาวบ้าน เผยเคส“ภูเก็ต”พิรุธเพียบไร้ขออนุญาตสร้าง ขีดเส้น 30 วัน ทำให้ถูกต้องไม่งั้นต้องทุบทำลาย
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบศูนย์ชุมชนและศาสนสถานของชาวอิสราเอล หรือชาบัดในทั่วประเทศว่า วันนี้กำลังตรวจสอบในรายละเอียดอยู่ว่า เนื่องจากตรวจพบชาบัดประมาณ8-9ที่แล้ว เช่น ชาบัดที่จ.ภูเก็ตจากการตรวจสอบโดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พบว่ามีพิรุธเกี่ยวกับใบอนุญาตก่อสร้างจริง ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม หรืออาคารที่ไม่ควรเป็นอาคาร
“จากนี้จะมีเวลาให้30วันหากไม่มียื่นขออนุญาติหรือยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก็คงต้องให้มีการทุบทำลาย นอกจากนี้ยังพบร้านขายของที่มีสินค้านำเข้ามาไม่มีฉลาก หรืออย. คำถามคือนำเข้ามาขายได้อย่างไร ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการทางเอกสารเพื่ออายัดสินค้าทั้งหมดแล้ว”นายพลพีร์กล่าว
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ส่วนชาบัดที่อื่นๆในภาคใต้ หรือที่กำลังจะก่อสร้าง ประชาชนในพื้นที่ยังมีความกังวลอยู่ ได้กำชับให้ผู้ว่าฯแต่ละพื้นที่ลงไปตรวจสอบโดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบริษัทที่มาครอบครองที่ดิน ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การขออนุญาตก่อสร้างเป็นอย่างไร เส้นเงินที่กำลังก่อสร้างที่ถือเป็นเรื่องสำคัญต้องตรวจสอบ เพราะชาบัดหรือโบสถ์ของชาวยิวมันไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ได้ แต่นำมาเงินลงทุน50ล้านบาท 100ล้านบาท 1,000บาทอย่างที่ชาบัด สุขุมวิท กทม. เราก็อยากรู้ว่าเอาเงินจากไหนมาดูแล
“ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบอยู่ ในโครงข่ายที่ผมเคยพูดไป ขณะนี้ก็ขยายไปค่อนข้างที่จะเกือบสมบูรณ์แล้ว เดี๋ยวจะมีการประชุมร่วมกับดีเอสไอ อีกรอบเพื่อดูว่าโครงข่ายนี้จะขยายไปถึงไหนได้บ้าง เพราะไม่อยากให้ประชาชนกังวล“ นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังมีสส.หลายคนมาคุยกับตนว่าพบเครือข่ายชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสุสาน หรือธุรกิจอื่นๆไปซื้อที่ดินที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วด้วย มูลค่าน่าจะอยู่ที่ประมาณเกือบ100ล้านบาท ซึ่งตนจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้ว่า เป็นพื้นที่ใคร ใช้เงินที่ไหนมาซื้อ เป็นบริษัทอะไร เจตนารมย์คืออะไร รวมถึงอาจเชิญมาหารือเรื่องธุรกิจที่กำลังที่ทำด้วย เพราะเรากลัวว่าหากมีการกระทำที่ขัดแย้งต่อศาสนา หรือชุมชนเดี๋ยวจะมีปัญหาอีก ประชาชนจะได้ไม่กังวลใจ
เมื่อถามถึงชาบัดที่จ.กระบี่ ที่ประชาชนค่อนข้างกังวลใจ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ตนก็กังวลใจเหมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรมการปกครอง และผู้ว่าฯ ในการตรวจสอบ หาข้อมูล และประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าใจว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำคืออะไร หากจังหวัดไม่สามารถทำได้ เดี๋ยวตนจะลงไปทำเอง จะลงไปดูด้วยตัวเองว่าเนื้อหาต่างๆคืออะไร ทั้งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาข้อเท็จจริงที่สุด เขาจะได้สบายใจที่สุด
ส่วนชาบัดในพื้นที่กทม. เช่น ที่บริเวณถนนพระอาทิตย์ ทางกทม.ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว ไม่ได้มีกาาก่อสร้างชั้นใต้ดินอย่างที่มีข่าวออกมา ขณะที่พื้นที่ชั้น2-3 เปิดเป็นที่พักให้ชาวอิสราเอล เบื้องต้นยังไม่พบอะไรผิดปกติ ขณะที่การก่อสร้างชาบัดเฮ้าส์ ในซอยสุขุมวิท22 ที่พบการสร้างที่จอดรถชั้นใต้ดินลงไป3ชั้น และอาคารอีก5ชั้น พบว่าเป็นไปตามนั้น มีการใช้สิทธิแจ้งก่อสร้างหรือดัดแปลงตาม มาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
“จากการหารือกับผู้ว่าฯกทม. ยังไม่พบอะไรผิดปกติ แต่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับระยะร่นจากถนนถึงรีสอร์ท ก็อาจจะต้องมีคำสั่งให้แก้ไข อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้กรมการปกครอง ตรวจเช็คข้อมูลกับกทม. หากพบอะไรผิดปกติ ตนก็จะลงไปตรวจสอบเช่นกัน “นายพลพีร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

