กลาโหมกาง 5 ระดับรับมือชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมคุมเข้มสกัดโดรนสอดแนม

“โฆษก ก.กลาโหม” เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แบ่งเป็น 5 สี 5 ระดับ ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่
วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายความมั่นคงว่า ในที่ประชุมของศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย - กัมพูชา หรือ JIC ได้มีการกำหนดเฉดสี เพื่อประเมินสถานการณ์ชายแดน จำนวน 5 เฉดสี ไล่ตั้งแต่ ระดับ 1 สีเขียว, ระดับ 2 สีเหลือง, ระดับ 3 สีส้ม, ระดับ 4 สีแดง และระดับ 5 สีแดงเข้ม คือ มีการปะทะ
โดยในระดับสีเขียวคือ มาตรการเฝ้าระวัง ส่วนสีเหลือง ต้องมีการเพิ่มการเตรียมความพร้อมมากขึ้น ส่วนสีแดงเข้ม ถือเป็นมาตรวัดสูงสุด คือ การสู้รบระหว่างกัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ระหว่างสีเขียว กับสีเหลือง หรือ ระดับ 1.5 ซึ่งต้องเพิ่มการเฝ้าระวังมากกว่าปกติเพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง เพราะสถานการณ์ชายแดนขณะนี้ อยู่ระหว่างการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เช่นกรณีของเนิน 450 ที่มีการขุดคูเลตรุกล้ำเข้ามาดินแดนไทย จากนั้นก็มีการเจรจา ดังนั้นทางกองทัพก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการตรวจตรา และเฝ้าระหว่างพื้นที่ชายแดน
ส่วนเรื่องที่จะถูกนำไปคำนวณในมาตรวัด เพื่อประเมินสถานการณ์นั้น โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หลัก ๆ แล้วคือ เรื่องของการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ถ้าฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดข้อตกลง ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนกำลังเข้ามาประชิดชายแดน หรือล้ำเข้ามาในดินแดนไทย ซึ่งการแก้ปัญหาก็จะเริ่มจากการเจรจาก่อน หากยังไม่หยุด อาจจะต้องมีการใช้กฎการใช้กำลัง การตักเตือน ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยสถานการณ์ขณะนี้คือ อยู่ระหว่างสีเขียวกับสีเหลือง กองทัพก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เราก็มีความพร้อม ทั้งเรื่องของยุทธโธปกรณ์ และกำลังพล
เมื่อถามว่า ระดับสีไหน ถือว่า เป็นความกังวล และประชาชนต้องอพยพ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า อยู่ประมาณระดับ 3-4 หรือระหว่างสีส้ม กับสีแดง ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องมีการเตรียมกำลัง และเคลื่อนกำลัง
ทั้งนี้โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า อยากให้ประชาชนสบายใจ เพราะขณะนี้ถือว่า ยังอยู่ในสถานการณ์ที่สงบเรียบร้อยอยู่ ทหารก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อยู่ แต่ยังไม่มีสถานการณ์อะไรที่ต้องไปกังวล

ด้าน นาวาอากาศโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภากลาโหมว่า ที่ประชุมได้มีการสั่งให้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังโดรน รวมถึงชิ้นส่วนประกอบโดรนตามแนวชายแดน หลังทหารในพื้นที่รายงานว่า มีการใช้โดรนจากฝั่งตรงข้ามบินเข้ามาสอดแนม เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยง และลดการประกอบโดรน DIY ในหลายพื้นที่ที่ทหารไทยตรึงกำลังไว้
นาวาอากาศโท ณัฐนัย กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จะมีการประสานงานหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบ และสกัดกั้นอุปกรณ์ที่อาจจะนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ทางด้านการทหาร หรือการสนับสนุนการรบ พร้อมให้รวบรวมข้อมูลการนำเข้า ทั้งเรื่องของจำนวน ประเภท แหล่งที่มา และวัตถุประสงค์ของการใช้งานอย่างเป็นระบบ รวมถึงประเทศที่เป็นผู้ส่งวัสดุต่าง ๆ ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

