คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

ป.ปลาตาโบ๋
เด็กสารขัณฑ์ทุกผู้นาม ล้วนท่องจำคำว่า “ป.ปลาตากลม” ได้อย่าง “สุดคล่อง” ทั้งสิ้น เพราะเป็น “นิยาม” ที่สอดคล้องกับ “ความจริง” ที่ “จริงที่สุด”
ไม่มีดอกครับ ที่มัจฉาตัวใดในโลกที่จะ “ตาตี่ ตาเอียง ตาเฉียง และตาหยี”
“ว่ากันว่า ชาวสารขัณฑ์จำนวนไม่น้อย มักจะมีชื่อขึ้นต้นด้วยป.ปลาตากลม เป็นจำนวนมาก เช่น ประกอบ ประเสริฐ ประสงค์ และประสาน เป็นต้น”
แต่วันนี้ ชื่อที่นำหน้าด้วย “ป.ปลา” หรือขึ้นต้นด้วย “ประ” เริ่มหมดความฮิต โดยต่างมาใช้คำว่า “ปิยะ” เป็นคำนำหน้าแทนอย่าง “สุดกระหน่ำ”
ถึงขั้น “กูรูทางภาษา” อยากเปลี่ยน “ป.ปลาตากลม” มาเป็น “ป.ปิยะตาใส” หรือ “ป.ปิยะตาไว” แทน โดยให้เหตุผลว่า ไม่มียุคใดที่ป.ปิยะจะขี่ดาวดั้นฟ้าทะลุเมฆจนได้เป็นใหญ่ ในวงราชการและวงการเมืองอย่างมากมายเท่ากับยุครัฐบาลปิยะทิน ในวันนี้
“ในขณะเดียวกัน กูรูทางการเมืองต่างแปลงกายเป็นโหรตาทิพย์และหมอดูตาเห็น “ทำนาย” อย่างสุดแม่นว่า สำหรับพรรคการเมืองที่ใช้ ป.ปลาตาโบ๋มาตั้งชื่อ เช่น ประชาชน ประชาธิปัตย์ และประชาชาติ(เฉพาะหัวหน้าพรรค) ต่าง “ดวงจู๋” ต้องตกที่นั่ง “ฝ่ายค้าน” อย่างยาวนานและอย่างถาวร”
ในขณะเดียวกัน “กองเชียร์รัฐบาลปิยะทิน” ที่ทำตัวเป็น “กองแช่งฝ่ายค้าน ป.ปลาปะผุ” ต่างออกมา “ด้อยค่าฝ่ายค้าน ป.ประ” ทั้งหลายว่า “ไม่ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านมืออาชีพยกกำลัง 5”
แต่กลับทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” แค่ขยัน “เตะตัดขารัฐบาล” และเป็น “เหมาซานขยันเอาหัวชนกำแพง” โดยฝีมือยังไม่ดุฉกรรจ์ถึงขั้นเป็น “ฝ่ายค้านตอกลิ่มใส่ดวงใจ จนรัฐบาลตุยดับอย่างไร้ทางต้าน”
“กองแช่ง” ต่าง “ตอกย้ำ” ว่า ฝ่ายค้าน “รุกรบ” ด้วยการ “นำแท่งไอติมไปลนไฟ ให้ละลายกลายเป็นน้ำหวาน แล้วสาดใส่รัฐบาลปิยะทิน โดยหลงว่าเป็นน้ำกรดนั้น ถือเป็นปฏิบัติการที่ “สุดขำยิ่ง”
“ทั้งกองแช่งทั้งกูรูและสื่อต่าง “ทำนาย” ฝ่ายค้านที่เป็นป.ประชาฯ ทั้งโขยง น่าจะเป็น ป.ปลาตาโบ๋ ที่ล้มรัฐบาลป.ปิยะทิน ไม่มีทางสำเร็จเป็นแน่นอน?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

