เทพไท วิเคราะห์ 4 สัญญาน กล้าธรรม เพื่อหวังร่วมรัฐบาล
24 กันยายน 2569 เวลา 15:42 น.

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "สัญญาน4ข้อ ของกล้าธรรม เพื่อหวังร่วมรัฐบาล
หลังจากกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีปัญหากัน ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคกล้าธรรม มีการตัดชื่อวิปของพรรคกล้าธรรมออกจากคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้านไปทั้งหมด เพื่อต้องการให้พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ ไม่ต้องมาอยู่ภายใต้การประชุม หรืออาณัติของพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน และมีกระแสข่าวหนึ่งว่า พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเอง จึงทำให้ไม่มีการตั้งคำถามว่า การที่พรรคกล้าธรรมออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เกิดจากพรรคกล้าธรรมขอถอนตัว หรือถูกไล่ออกจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน
แม้ว่าความเห็นต่างระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน จากกรณีที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ปฏิบัติตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และอาจจะนำมาสู่การยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจรัฐบาล ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาในพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ จึงจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลม ตัดชื่อคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้านในส่วนของพรรคกล้าธรรมออกไปก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถามว่า ทำไมพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ และไม่มีการลงชื่อในญัตติอภิปรายไว้วางใจ หรืออาจจะลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สอดคล้องกัน
จากกรณีที่พรรคกล้าธรรมต้องการที่จะปรับสถานะของตัวเอง จากพรรคร่วมฝ่ายค้านไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ใหม่ๆ แต่ด้วยเงื่อนไขและข้อตกลงในการจัดตั้งรัฐบาลไม่ลงตัว จึงทำให้พรรคกล้าธรรมต้องมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านโดยความจำเป็น และตลอดระยะเวลาที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือพรรคฝ่ายคอย พรรคกล้าธรรมได้แสดงไมตรีต่อพรรคภูมิใจไทย เพื่อต้องการจะร่วมรัฐบาลหลายครั้ง อย่างน้อยที่เห็นอยู่ 4 ปรากฏการณ์สำคัญ คือ
1.ในกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับการออกพรก.กู้เงิน 4แสนล้านบาทของรัฐบาล ว่าขัดต่อรัฐรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านคือ พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงชื่อในคำร้องอย่างพร้อมเพรียง แต่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อในคำร้องร่วมกับฝ่ายค้านอื่นๆ
2.ในการพิจารณาพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล มติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โหวตไม่รับร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล และเปิดโอกาสให้สามารถใช้สิทธิ์งดออกเสียงได้ แต่พรรคกล้าธรรมไม่ได้โหวตตามมติของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน กลับมีมติโหวตสวนมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ โหวตรับร่างพรบ.งบประมาณประจำปีของรัฐบาล
3.จากกรณีคดีฮั้วส.ว.ที่มีการพิจารณาของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วส.ว. ซึ่งมีรัฐมนตรี ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พรรคกล้าธรรม ซึ่งมีความผูกพันและเกี่ยวข้องกับพยานในคดีฮั้วส.ว.อย่างน้อย3คน คือนายเอกราช ช่างเหลา นายขจรศักดิ์ ศรีวิราช นายอัษฎางค์ แสวงการ ได้หนังสือขอกลับคำให้การต่อประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง ทำให้คดีฮั้วส.ว.ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ถูกตัดตอนไป ไม่โดนสั่งฟ้องและไม่โดนคดียุบพรรค
4.หลังจากมีปัญหากัน ระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน และมีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะเห็นการโพสต์ของนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เป็นภาพที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สวมนาฬิกาคาสิโอ ซึ่งเป็นนาฬิกาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล มอบให้ เป็นการแสดงให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า มีข้อตกลง มีการหมั้นหมาย และมีการพูดคุยกันถึงอนาคตการร่วมรัฐบาล
เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ 4 ข้อที่เกิดขึ้น มีความชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมมีความฝักใฝ่ในการเป็นรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น จึงทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้แสดงออกเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จึงตัดสินใจตัดรายชื่อวิปในส่วนของพรรคกล้าธรรมออกไป
ซึ่งต้องจับตาดูว่า เมื่อพรรคกล้าธรรมไปเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระแล้ว จะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลตามที่รอคอยเมื่อไหร่หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

