สกู๊ปพิเศษ : จาก‘ครกน้ำพริก’สู่เรื่องเล่าชุมชน ‘น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง’คว้ารางวัล

หนึ่งครกอาจมีเพียงน้ำพริกหนึ่งถ้วย แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวของคน วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และผืนถิ่น
“ยกพลคนน้ำพริก ซีซั่น 2” ปิดฉากการแข่งขันด้วย “น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” จากทีมแม่ครัวลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา คว้ารางวัล “สุดยอดน้ำพริก” รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะที่ไทยพีบีเอสเตรียมต่อยอดสู่ซีซั่น 3 ในปี 2570 ภายใต้โจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก”
การประกาศผลมีขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซั่น 2” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ ลานไม้ อาคารเอ ไทยพีบีเอส ท่ามกลางผู้ชม แฟนรายการ ตลอดจนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ ตัวแทนพ่อครัวแม่ครัว และผู้มีความรู้ด้านอาหารจากภูมิภาคต่างๆ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวของอาหารไทย เบื้องหลังการแข่งขันไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “ความอร่อย” แต่ให้ความสำคัญกับน้ำพริกในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับทรัพยากรและภูมิปัญญาของพื้นที่ โดยการตัดสินรอบสุดท้ายพิจารณาจาก 5 ประเด็น ได้แก่ รสชาติ ศักยภาพในการพัฒนา การสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม วัตถุดิบและความเข้าใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงความยั่งยืนทางอาหาร

จากอาหารในครัว สู่การดูแลทรัพยากรท้องถิ่น
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้ริเริ่มโครงการ “ยกพลคนน้ำพริก” เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมการกินน้ำพริกของไทย ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น ท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูปและอาหารจากระบบอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นจนอาจทำให้ความหลากหลายและอัตลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นค่อยๆ ลดลง
“โครงการมุ่งค้นหาและนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาวัตถุดิบและสูตรน้ำพริก รวมถึงเครื่องแนมและพืชพรรณที่เคยถูกมองข้าม ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้แก่ชุมชน อาทิ การนำมะเดื่อ มะหาด และใบยาสูบ มาพัฒนาเป็นน้ำพริก ทำให้วัตถุดิบที่เคยถูกละเลยกลับมามีคุณค่า และกระตุ้นให้คนในพื้นที่หันกลับมาดูแลและขยายพันธุ์ทรัพยากรท้องถิ่นของตนเอง”

สำหรับการดำเนินงานในซีซั่น 2 มีการพัฒนาสูตรและคุณภาพน้ำพริกให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาเดินควบคู่กับการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีศักยภาพในตลาด ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสมีแนวทางผลักดันแบรนด์ “ยกพลคนน้ำพริก” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาน้ำพริกที่มีศักยภาพสู่ระดับประเทศ พร้อมพิจารณาแนวทางการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้งด้านมาตรฐานการผลิต การเก็บรักษา รสชาติ และความเหมาะสมกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้น้ำพริกไทยสามารถก้าวสู่ตลาดสากลได้ในอนาคต

น้ำพริกหนึ่งครก เล่าได้มากกว่ารสชาติ
ตลอดการเดินทางของรายการ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซั่น 2” ซึ่งออกอากาศตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2569 รวม 26 ตอน น้ำพริกไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะอาหารที่ใช้แข่งขันเท่านั้น หากแต่เป็น “ตัวกลาง” ในการพาผู้ชมไปรู้จักผู้คนและพื้นที่ผ่านวัตถุดิบและสำรับอาหาร
คณะคอมเมนเตเตอร์ประกอบด้วย เชฟวิชิต มุกุระ, ลภัสรดา ทศรัศมิ์ หรือป้าจันทร์ ผู้ก่อตั้งสวนศิลป์หนองมน จ.ชลบุรี, จิรณรงค์ วงษ์สุนทร หรือคุณหมี นักเล่าเรื่องอาหาร และพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา หรือ “น้าโย่ง เชิญยิ้ม” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ซึ่งร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับรสชาติ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาอาหารไทยตลอดเส้นทางการแข่งขัน

น้าโย่ง เชิญยิ้ม กล่าวถึงการแข่งขันรอบตัดสินว่า รู้สึกตื่นเต้นมากกับการแข่งขันในรอบตัดสิน เพราะตลอดการแข่งขันได้รับความรู้เรื่องอาหารและวัตถุดิบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นซีซั่นนี้หรือซีซั่นหน้า รายการจะยังคงทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้เรื่องอาหารที่หลากหลาย
“ตลอด 2 ซีซั่นที่ผ่านมา เชื่อว่ารายการเข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือนทุกคนแล้ว เพราะเวลาไปไหนมาไหน คนก็เข้ามาทักและพูดคุยกันว่า น้ำพริกของใครอร่อย ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทาย เพราะน้ำพริกเพียงหนึ่งครก สามารถสื่อสารเรื่องราวได้มากมาย ทั้งเรื่องที่มา ภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวิถีชีวิต จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและน่าติดตาม”
จาก“น้ำพริก”สู่“ข้าวปลาอาหาร”
หลังจบซีซั่น 2 ไทยพีบีเอสเตรียมเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซั่น 3” ในปี 2570 โดยเปลี่ยนโจทย์เป็น “กินข้าวกับน้ำพริก” เพื่อขยายขอบเขตเรื่องราวจากถ้วยน้ำพริกไปสู่ข้าว ปลา อาหาร เครื่องเคียง และภูมิปัญญาการกินของแต่ละท้องถิ่น

นางสาวพรรณี รุ่งสว่าง ผู้อำนวยการศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอส กล่าวถึงความพร้อมในการเดินหน้าสู่ “ยกพลคนน้ำพริก ซีซั่น 3” ในปีหน้า ว่า สำหรับซีซั่น 3 จะเข้มข้นยิ่งขึ้นภายใต้โจทย์กินข้าวกับน้ำพริก ชวนทุกคนร่วมกันนำเรื่องราวของน้ำพริกถ้วยเล็กๆ ไปสู่บทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความหมายและเรื่องราวของข้าวปลาอาหารในแต่ละท้องถิ่น โดยหลังจากนี้โครงการจะเดินสายสัญจรไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อรับฟังเสียงของคนในพื้นที่และชวนล้อมวงพูดคุย ก่อนต่อยอดสู่ซีซั่นใหม่
บทสรุปของซีซั่น 2 และก้าวต่อไป
นอกจาก “น้ำชุบหัวข่าเคยปลาย่าง” ที่คว้ารางวัลสุดยอดน้ำพริกแล้ว รอบชิงชนะเลิศยังมีทีม “น้ำชุบมะหาด” “น้ำพริกรากชูอ่ามาก่า” “แจ่วสูบ” “น้ำพริกรากบัวหลวง” ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และ “น้ำพริกปลาม้า” ซึ่งได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน โดยแต่ละทีมต่างนำเสนอเอกลักษณ์ของวัตถุดิบและภูมิปัญญาอาหารจากพื้นที่ของตน ภายในงานยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมการกินของไทย รวมถึงบูธน้ำพริกและอาหารจากภูมิภาคต่างๆ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้จักและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชน

แม้การแข่งขันซีซั่น 2 จะได้ผู้ชนะแล้ว แต่เส้นทางของ “ยกพลคนน้ำพริก” ยังไม่สิ้นสุด เพราะจากโจทย์ที่เริ่มต้นด้วย “น้ำพริก” กำลังขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า อาหารหนึ่งสำรับจะบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและผืนถิ่นได้อย่างไร และในปี 2570 คำตอบนั้นจะถูกเล่าผ่านโจทย์ “กินข้าวกับน้ำพริก” ที่จะพาผู้ชมออกเดินทางจากครกน้ำพริกไปพบกับเรื่องราวของข้าว ปลา อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

