เดือดกลางเวทีโลก นายกฯเนปาล กร้าว เหตุน้ำท่วมใหญ่เป็น 'สัญญาณเตือนโลก' จี้นานาชาติต้องรับผิดชอบต่อหายนะหิมาลัย

26 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายบาลเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในนิวยอร์ก ว่าเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเนปาลเมื่อเดือนที่ผ่านมาเป็น "สัญญาณเตือนโลก" ถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือเนปาลในการรับมือและปรับตัวต่อวิกฤติที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นายบาลเลนดรา ชาห์ กล่าวว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นกำลังทำให้ระบบนิเวศเปราะบางในเทือกเขาหิมาลัยเกิดความไม่มั่นคง ส่งผลให้ชั้นดินเยือกแข็งถาวรและธารน้ำแข็งละลาย รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่
ทางด้านนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่ม World Weather Attribution ระบุว่า ภัยพิบัติครั้งนี้เป็น "วิกฤติซ้อนทับ" ซึ่งเกิดจากความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยาในพื้นที่ ประกอบกับภาวะโลกร้อนในระยะยาวที่ทำให้ธารน้ำแข็งถอยร่นและชั้นดินเยือกแข็งละลาย
ก่อนหน้านี้ 'เนปาล' ได้เผชิญภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเกิดมวลน้ำลักษณะคล้ายสึนามิจากการพังถล่มของภูเขาน้ำแข็งบนพื้นที่สูงบริเวณชายแดนเนปาล-จีน ก่อนกระแสน้ำจะไหลเข้าทำลายพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 ศพ และยังสูญหายอีกประมาณ 6,000 คน โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจประเมินว่าสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายบาลเลนดรา ชาห์ ระบุต่ออีกว่า เนปาลมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกไม่ถึง 0.1% แต่กลับต้องเผชิญผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการช่วยประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน โดยชี้ว่าเนปาลไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤติที่รุนแรงขึ้นจากความล้มเหลวของการกำกับดูแลระดับโลกได้เพียงลำพัง
อีกทั้ง นายกฯเนปาล ยังเสนอจัดตั้งกลไกที่เรียกว่า Himalaya Climate Resilience Mechanism โดยให้เนปาล อินเดีย และจีนร่วมมือกันแบ่งปันข้อมูลดาวเทียมและองค์ความรู้ เฝ้าระวังทะเลสาบธารน้ำแข็ง รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกัน เพื่อรับมือภัยพิบัติในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

