ตะลอนเที่ยว : พระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงฯ

วังปากคลองผดุงกรุงเกษม เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแด่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ ต่อมาคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท ทรงเป็นต้นราชสกุลกิติยากร โดยพระราชทานตำหนักใหญ่ให้เมื่อ พ.ศ. 2439
พระตำหนักใหญ่ เป็นที่ประทับของกรมพระจันทบุรีนฤนาท ตำหนักนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก เป็นตึกสองชั้น ก่ออิฐถือปูน ทาด้วยสีขาว เสาของตำหนักชั้นล่างเป็นแบบดอริก (หัวเสาเรียบ) ส่วนชั้นบนของตำหนักใช้เสาประดับแบบไอออนิก (หัวเสามีปลายม้วนเป็นรูปก้นหอย ภายในตำหนักตกแต่งด้วยกรอบเหนือบานประตูและหน้าต่างด้วยลวดลายฉลุแบบขนมปังขิงในกรอบโค้งครึ่งวงกลม ทำเป็นเสมือนรัศมีพระอาทิตย์ นอกจากนี้บานหน้าต่างยังประดับด้วยกระจกสีนำเข้าจากอิตาลี
ชั้นสองของพระตำหนักมีมุขหน้าทำเป็นเฉลียงกว้าง มีรั้วราวลูกกรงแบบยุโรป ประดับด้วยกระถางหล่อจากซีเมนต์ ตัวพระตำหนักมีเฉลียงเล็กทุกด้าน ผนังส่วนใต้หลังคา เจาะช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า สลักปูนเป็นกรอบและมีหูช้างสลักลายประดับบริเวณใต้ชายคา ช่องลมเหนือประตูตกแต่งด้วยลายไม้ฉลุ ส่วนบริเวณสนามวงกลมด้านหน้าประดับด้วยตุ๊กตาปูนปั้นแบบกรีก และกระถางปูนมีลวดลายประดับ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ประทับ ณ พระตำหนักใหญ่ตลอดพระชนม์ชีพ แต่ในช่วงปลายพระชนม์ชีพ ได้เสด็จไปรักษาพระองค์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สิ้นพระชนม์ 27 พฤษภาคม 2474 สิริพระชันษา 58 ปี
หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล. ฟื้น พึ่งบุญ) ได้ซื้อพระตำหนักใหญ่ไว้เป็นสมบัติของตระกูล หลังจากขายบ้านบรรทมสินธุ์ บนถนนพิษณุโลก ให้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม แล้วรัฐบาลยกบ้านบรรทมสินธุ์ให้เป็นที่ทำการของทหารญี่ปุ่นที่เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทย
ต้องเรียนย้ำว่าตำหนักใหญ่ของกรมพระจันทบุรีนฤนาทเป็นส่วนหนึ่งของวังปากคลองผดุงกรุงเกษม มิใช่วังเทเวศร์ตามที่หลายคนเข้าใจผิด เพราะในข้อเท็จจริงนั้น วังเทเวศร์เป็นส่วนหนึ่งของวังปากคลองผดุงฯ โดยวังเทเวศร์คือที่ประทับของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร สถาปัตยกรรมของวังเทเวศร์เป็นอาคารรูปทรงกลม สูงสองชั้น รูปแบบคล้ายแบบบ้านในเยอรมนี และออสเตรีย ตำหนักนี้ทรงสร้างโดยหม่อมเจ้าอัปสรสมาน กิติยากร แล้วประทานแก่หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ตำหนักนี้ในอดีตคือที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงเป็นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร และยังเป็นที่พำนักของสมาชิกราชสกุลกิติยากรด้วย
วังปากคลองผดุงฯ ถูกแบ่งเป็นสามส่วนคือส่วนที่กล่าวถึงในข้างต้นแล้ว และอีกส่วนคือ ตำหนักหม่อมเจ้าขจรจบกิตติคุณ กิติยากร ตำหนักนี้มีสถาปัตยกรรมคล้ายกับตำหนักหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ในกาลต่อมาหม่อมเจ้าขจรจบกิตติคุณ ทรงขายที่ดินและตำหนักให้รัฐบาลในยุคนั้น โดยถูกใช้เป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2507 แล้วใข้เป็นที่ทำการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 จึงปรับปรุงเป็นสำนักงานอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แล้วย้ายสำนักงานอื่น ๆ ออกไปจากบริเวณแห่งนี้
ย้อนกลับไปที่พระตำหนักใหญ่ของกรมพระจันทบุรีนฤนาท ซึ่งล่าสุดอยู่ในความดูแลของ คุณแซม พ.อ. เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ทายาทรุ่นที่ 3 ของ พระยาอนิรุทธเทวา แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ พระตำหนักใหญ่จะถูกส่งมอบคืนให้ผู้ทรงเป็นเชื้อสายของราชสกุลกิติยากร ดังนั้น ในโอกาสสุดท้ายของการเปิดให้เข้าชมพระตำหนักใหญ่แห่งวังปากคลองผดุงฯ จึงทำให้คณะของคุณแหน ผาณิต พูนศิริวงศ์ และผองเพื่อน อาทิ คุณหนู ภาวิไล บุราวาส และเพื่อน ๆ วัฒนาวิทยาลัย รวมถึงเพื่อน ๆ จากคณะอักษรศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเพื่อนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึง ดร. นฎาประไพ สุจริตกุล ผู้แทนสมาชิกราชินีกูลสายสุจริตกุล และเหล่าบรรดาคุณหมอ อาทิ พล.อ.ต. พ.ญ. สุรีย์พร ปราโมช ณ อยุธยา พล.อ.ต. น.พ. คำพร - พล.อ.ต. พ.ญ. สุภัชชา ชาญวิเศษ และ พ.ญ. ศิริวัฒน์ มโนธรรม และเพื่อนฝูง พร้อมใจกันไปชมความงามของพระตำหนักใหญ่ วังปากคลองผดุงฯ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower
























