ขานรับนโยบายอนุทิน! เปิดรับคนทำงานจริงทั่วประเทศ ร่วมทำนโยบายตำรวจเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน และประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เผยแพร่บทความเรื่อง เปลี่ยนคนทำงานในชุมชนเป็นคนทำงานระดับชาติ โดยมีเนื้อหา ระบุว่า “เมื่อชุมชนเห็นภัยก่อนใคร เสียงของชุมชนต้องไปถึงโต๊ะที่กำหนดนโยบาย” ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจุดเสี่ยงอาชญากรรม การหลอกลวงทางออนไลน์ หรือภัยที่กระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประชาชน ผู้ที่ลงมือทำงานในพื้นที่ย่อมมีข้อมูลและประสบการณ์สำคัญต่อการหาทางแก้ไข
คณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดรับผู้สนใจเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็น คณะทำงานของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อร่วมศึกษา รับฟังความคิดเห็น ประสานข้อมูลจากพื้นที่ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เริ่มต้นจากปัญหาและความต้องการของประชาชน

การเปิดรับครั้งนี้สอดรับกับการให้ความสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อนำไปสู่การทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดในการสั่งการรับมือสถานการณ์ที่กระทบประชาชน

ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการฯ มุ่งเตรียมข้อเสนอเพื่อรองรับแนวทางของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ที่ได้รับความคาดหวังสูงว่าจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในฐานะ หุ้นส่วนด้านความปลอดภัยในระบบงานตำรวจ ประชาชนช่วยสะท้อนความเสี่ยงและความต้องการของพื้นที่ ส่วนตำรวจรับผิดชอบการปฏิบัติตามหน้าที่และกฎหมาย ความร่วมมือนี้จะช่วยเชื่อมการดูแลชุมชนเข้ากับการปกป้องผลประโยชน์ชาติและความมั่นคงของประเทศ
ผมเปิดรับสมัครคณะทำงานเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเพราะงานนโยบายตำรวจระดับชาติควรได้ฟังเสียงจากประชาชนในระดับพื้นที่ชุมชนทั่วทุกภูมิภาค ไม่จำกัดอยู่เพียงคนที่ผมรู้จักหรือได้รับการฝากชื่อมา ผมอยากให้ทุกคนที่มีประสบการณ์และตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมมีโอกาสแสดงความสามารถ เพื่อให้คณะทำงานชุดนี้เป็นตัวแทนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
การเปิดรับสมัครนี้มุ่งให้คนทำงานเพื่อชุมชน ๓ กลุ่มมีโอกาสเข้ามาร่วมเสนอแนวทาง ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในฐานะเป็น กต.ตร. ผู้เป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน อาสาสมัครจราจร และผู้ทำงานในองค์กรหรือมูลนิธิภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชนที่ลงมือดูแลชุมชนของตนเอง แม้ไม่เคยมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่มีประสบการณ์ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน แก้ปัญหา หรือสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชนของตนเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า
“ความปลอดภัยของชาติเริ่มจากความปลอดภัยของคนในชุมชน คนที่รู้ว่าตรงไหนเสี่ยง ใครกำลังเดือดร้อน และวิธีใดใช้ได้ผล ควรมีโอกาสนำประสบการณ์นั้นมาร่วมพัฒนานโยบาย ผมอยากเห็นทั้ง กต.ตร. อาสาสมัคร และประชาชนผู้ทำงานเพื่อชุมชน เข้ามาร่วมคิด ร่วมเสนอ และช่วยติดตามว่าการแก้ปัญหาเกิดผลกับประชาชนจริงหรือไม่”
คณะทำงานจะช่วยรวบรวมข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากพื้นที่ ศึกษาสาเหตุของปัญหา และจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการตำรวจ ทั้งการพัฒนา กต.ตร. การสนับสนุนอาสาสมัครอย่างมีมาตรฐาน การสื่อสารระหว่างตำรวจกับชุมชน และการติดตามผลด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงภัยทางเศรษฐกิจและไซเบอร์ เพื่อให้การกำหนดนโยบายได้รับฟังผู้ที่เผชิญปัญหาและลงมือแก้ไขอยู่จริง
ข้อเสนอของคณะทำงานจะเสนอต่อคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ก่อนเสนอเรื่องที่เห็นสมควรต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หาก ก.ต.ช. มีมติเห็นชอบข้อเสนอเชิงนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำมติไปดำเนินการตามหน้าที่ อำนาจ และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด นี่คือช่องทางนำความรู้จากชุมชนยึดโยงเข้าสู่กระบวนการพิจารณานโยบายตำรวจระดับชาติ
การแต่งตั้งคณะทำงานมีฐานอำนาจตาม ข้อ ๒.๗ ของประกาศคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ต.ช. ลงนาม โดยกำหนดให้ ประธานอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามที่เห็นสมควร การเปิดรับสมัครจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจแสดงผลงาน ความสามารถ และความตั้งใจ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือกก่อนออกคำสั่งแต่งตั้ง ผมคาดหวังเราจะได้คณะทำงานของคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง
การคัดเลือกจะพิจารณาจากประสบการณ์และผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ความเข้าใจปัญหา ข้อเสนอที่นำไปพิจารณาต่อได้ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเคยดำรงตำแหน่งทางการ ผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน อาจได้รับเชิญให้ร่วมเป็นเครือข่ายภาคประชาชนสนับสนุนคณะทำงานตามความสมัครใจ
คณะทำงานมีหน้าที่ศึกษา รับฟัง ประสานงาน และจัดทำข้อเสนอ ไม่มีอำนาจสั่งการตำรวจ สืบสวนสอบสวน หรือแทรกแซงคดี การสมัครเป็นการเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก มิใช่การได้รับแต่งตั้งโดยอัตโนมัติ
ผู้สนใจกรอกข้อมูลสมัครได้ทันทีผ่านลิงก์แบบฟอร์ม “คณะทำงานของ อ.ก.ต.ช. ด้านการมีส่วนร่วม” ที่แนบมาพร้อมข่าวนี้ https://www.research.net/r/citizen-police-subcom-apply โดยเล่าประสบการณ์ ผลงานในพื้นที่ และเรื่องที่ต้องการช่วยขับเคลื่อน พร้อม เพิ่มเพื่อน LINE อ.ก.ต.ช. ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ @police.policy เพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับขั้นตอนการคัดเลือกและจะประกาศผลผ่านทางเว็บไซต์ของ มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ www.richlead.org
“ท่านไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใหญ่จึงจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้ หากท่านเคยลงมือทำให้ชุมชนปลอดภัยขึ้น ขอเชิญกรอกใบสมัครวันนี้ สิ่งที่ท่านทำเพื่อคนรอบตัว อาจช่วยสร้างนโยบายที่ปกป้องประชาชนได้อีกหลายชุมชน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

