สะพรึงทั้งโลก สหรัฐฯ ฉีดยาพิษ 2 เข็มประหาร 'นักโทษหญิง' ยังรอดแถมยังนอนกรน

1 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'คริสตา ไพก์' นักโทษหญิงวัย 50 ปี ในรัฐเทนเนสซี เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ 'เพนโทบาร์บิทัล' เมื่อวันที่ 30 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยเธอยังมีชีพจร และ มีเสียงกรน หลังถูกฉีดยาพิษสำหรับการประหารชีวิต 2 โดสแล้วก็ตาม
ทนายความของ 'คริสตา ไพก์' ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาล ขณะกระบวนการประหารกำลังดำเนินอยู่ ระบุว่า 'คริสตา ไพก์' ยังไม่หมดสติ และมีชีพจร อีกทั้งมีเสียงกรน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่หยุดการประหารและให้การรักษาพยาบาลโดยทันที
ต่อมาทนายความรายหนึ่งเปิดเผยกับสื่อว่า 'คริสตา ไพก์' ถูกนำส่งโรงพยาบาลและกำลังได้รับการช่วยชีวิต แต่ยังไม่ทราบอาการล่าสุดที่แน่ชัด ขณะที่สำนักงานราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซียังไม่ได้แถลงรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของเธอ
ผู้สื่อข่าวที่ได้รับอนุญาตให้สังเกตการณ์การประหาร ระบุว่า กระบวนการเริ่มขึ้นช่วงค่ำที่เรือนจำริเวอร์เบนด์ ในเมืองแนชวิลล์ โดยหลังได้รับยาครั้งแรก ไพก์ยังมีปฏิกิริยาตอบสนอง และมีรายงานว่าเธอพูดถึงอาการเจ็บบริเวณแขน
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะฉีดยาครั้งที่สอง เวลาประมาณ 20.26 น. หลังจากนั้นยังได้ยินเสียงกรนจากห้องประหาร และมีการปิดม่านห้องประหารหลายครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยุติการสังเกตการณ์ของสื่อในเวลาประมาณ 20.53 น.
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งให้สามารถดำเนินการประหารไพก์ได้ หลังศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขต 6 มีคำสั่งระงับการประหารชั่วคราวในช่วงเช้า เพื่อพิจารณาข้อโต้แย้งของทีมทนายความเกี่ยวกับประวัติการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการถูกข่มขืนตั้งแต่วัยเด็กของ 'คริสตา ไพก์'
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติให้ยกเลิกคำสั่งระงับการประหารดังกล่าว โดยไม่ได้ให้เหตุผลประกอบคำสั่ง ขณะที่ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม 3 คน ได้แก่ โซเนีย โซโตเมเยอร์, เอเลนา คาแกน และเคตันจิ บราวน์ แจ็กสัน ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว
ผู้พิพากษาคนหนึ่งบอกว่า การยกเลิกคำสั่งระงับการประหารทำให้รัฐเทนเนสซีสามารถประหารไพก์ได้ ก่อนที่ข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีของเธอจะได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วน
ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ ระบุว่า ต้องการเวลาพิจารณาว่า ประเด็นที่ 'คริสตา ไพก์' อ้างว่าเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกข่มขืนตั้งแต่วัยเด็ก ได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสมในกระบวนการพิพากษาโทษประหารชีวิตหรือไม่

ทนายความ ระบุว่า รัฐเทนเนสซีเคยโต้แย้งมานานหลายปีว่า 'คริสตา ไพก์' โกหกเกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิด แต่ในการพิจารณาคดีครั้งล่าสุด รัฐไม่ได้โต้แย้งว่าเธอเคยถูกล่วงละเมิดและข่มขืนจริง
ต่อมาผู้เชี่ยวชาญด้านการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นกรณีที่ผิดปกติอย่างยิ่ง โดยมีรายงานว่า 'คริสตา ไพก์' ยังมีชีวิตอยู่หลังได้รับยาที่ใช้ในการประหารถึง 2 ครั้ง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์บางรายตั้งข้อสังเกตว่า "เธออาจไม่ได้รับยาในระดับที่เพียงพอที่จะทำให้หยุดหายใจและหัวใจล้มเหลว"
'คริสตา ไพก์' ถูกตัดสินประหารชีวิตจากการฆาตกรรม 'คอลีน สเลมเมอร์' วัย 19 ปี เมื่อปี 1995 ขณะ 'คริสตา ไพก์' มีอายุเพียง 18 ปี 'คริสตา ไพก์' และแฟนหนุ่มในขณะนั้น ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันล่อลวง 'คอลีน สเลมเมอร์' ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นจากโครงการฝึกอบรมเยาวชน ไปยังพื้นที่รกร้างในเมืองน็อกซ์วิลล์ก่อนทำร้ายและสังหารเธอ
คดีดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ เนื่องจากมีการสลักรูปดาวห้าแฉก หรือ เพนตาแกรม ไว้บนร่างของเหยื่อและมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับกระแสความหวาดกลัวเรื่องลัทธิบูชาซาตานในสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1980-1990 อย่างไรก็ตาม 'คริสตา ไพก์' ยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สลักสัญลักษณ์ดังกล่าว
คดีนี้แฟนหนุ่มของเธอ ซึ่งขณะก่อเหตุมีอายุ 17 ปีได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต และ ยังมีสิทธิ์ขอปล่อยตัวโดยมีทัณฑ์บน ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายซึ่งมีอายุ 18 ปีในขณะนั้น ได้รับโทษคุมประพฤติจากการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทำให้ไพก์เป็นเพียงคนเดียวในคดีที่ถูกลงโทษประหารชีวิต
โดยทีมทนายความของ 'คริสตา ไพก์' ยังยื่นคำร้องขออภัยโทษ โดยชี้ถึงประวัติการถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ได้รับการวินิจฉัยภายหลัง เธอเองระบุในคำร้องว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าการกระทำของเธอส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้เสียชีวิต ครอบครัวอย่างรุนแรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

