ซีอีโอบิ๊กเทคเนื้อเต้น แห่แชร์เอกสารเซ็นลงนามข้อตกลง 'SI' สยบความเสี่ยงหลุดการควบคุม

1 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยี 'เอไอ' ชั้นนำของโลก ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงเพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองและควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงระดับหายนะต่อมนุษยชาติ
ประธานาธิบดีโดนัลดื ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเป็นข้อตกลงแบบสมัครใจที่มีชื่อว่า "ข้อตกลงร่วมว่าด้วยความรับผิดชอบต่อเทคโนโลยีล้ำสมัย" (Joint Commitment on Frontier Responsibilities) ภายหลังการเชิญผู้นำด้าน 'เอไอ' มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ทำเนียบขาวในวันที่ 29 ก.ย.
โดยเหล่าผู้บริหารที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารในทำเนียบขาว ได้แก่ นายเจฟฟ์ เบโซส ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) อเมซอน , มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเมตา บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก , เจนเซน หวง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเอ็นวิเดีย , เกรก บร็อกแมน - ดาริโอ อโมเดอี ผู้ร่วมก่อตั้งโอเพนเอไอ , ลิซา ซู ประธานกรรมการบริหารของเอเอ็มดี , อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งเทสลาและสเปซเอ็กซ์ , ทอม บราวน์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอนโทรปิก และ ซุนดาร์ พิชัย ประธานกรรมการบริหารของกูเกิล
ส่วนในพิธีการลงนามข้อตกลงควบคุมเอไอ ได้ปรากฎชื่อของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ บริหารจากบริษัท Anthropic , OpenAI ,Google , Meta , xAI และ Nvidia

โดยผู้บริหารได้ร่วมลงนามข้อตกลงและให้คำมั่นว่า จะนำมาตรการควบคุมที่ 'รัดกุม' มาใช้เพื่อติดตามตรวจสอบโมเดลเอไอ และจะแต่งตั้งทีมงานภายในเพื่อ "รับรองว่ามาตรการควบคุม การติดตามตรวจสอบ และระบบตรวจจับต่างๆ ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ และมีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม"
ข้อมูลจากเอกสารข้อตกลงที่ 'ทรัมป์' โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียระบุว่า "บริษัทต่างๆ ตกลงที่จะร่วมมือกับผู้ตรวจสอบอิสระ เพื่อประเมินว่าระบบเอไอทำงานได้ตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบหรือไม่" นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าจะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือเอไอของตนจะไม่ "เจาะระบบหรือเข้าถึงระบบทางเทคนิคในลักษณะที่ไม่พึงประสงค์"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากเอไอขั้นสูง หลังจากที่โอเพนเอไอ และแอนโทรปิก เผยแพร่รายงานว่า เอเจนต์เอไอ ของตนเกิดทำงานผิดปกติจนถึงขั้นเจาะเข้าไปในระบบของบริษัทอื่น
อีกทั้ง ทรัมป์ ยังย้ำถึงการสนับสนุนให้มีการขยาย 'ดาต้า เซนเตอร์' (Data Centers) อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยี 'เอไอ' ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากชุมชนทั่วประเทศที่มีความกังวลต่อผลกระทบจากการขยายตัวของ 'ดาต้า เซนเตอร์' ทั้งเรื่องความต้องการใช้ไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภค และผลกระทบด้านอื่นๆ ในท้องถิ่น โดยกระแสต่อต้านดังกล่าวถือเป็นความท้าทายทางการเมืองสำหรับพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

