'อรรถวิชช์' ซัด 'ชัชชาติ' พูดความจริงครึ่งเดียว จี้ทบทวนใส่ 'บึงรับน้ำคู้บอน' ในผังเมืองใหม่ปี 70

1 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงโต้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) หลัง ออกมาชี้แจงโครงการบึงรับน้ำคู้บอนตามแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หายไปจากร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ โดยระบุว่าต้องใช้งบประมาณสูงถึง1.1 หมื่นล้านบาทในการทำ ว่า ผู้ว่าฯ กทม. พูดความจริงไม่หมด เพราะโครงการบึงรับน้ำคู้บอน เป็นบึงรับน้ำหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 เพื่อป้องกัน กทม.ฝั่งตะวันออก มีการทำประชาพิจารณ์มาตั้งแต่ปี 2560 โดยไม่มีผู้คัดค้าน และผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 สรุปคือมีความพร้อมทั้ง 1.แบบแปลน 2. งบประมาณ 3.ผ่านประชาพิจารณ์ และ4.มีการปิดประกาศร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2564 สามารถทำได้ทันที โดยใช้งบประมาณในการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ที่ 254 ล้านบาท ไม่ใช่ 1.1 หมื่นล้านบาทอย่างที่ท่านอ้าง แต่ท่านมารับตำแหน่งกลางปี 2565 เป็นผู้ว่า กทม. ท่านกลับไม่ดำเนินการสานต่อ และทำให้โครงการนี้หายไปจากแผนปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ และไม่ถูกบรรจุในร่างผังเมืองใหม่ที่จะประกาศใช้ในปี 2570
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ขอให้ท่านผู้ว่า กทม.พูดความจริงให้ครบถ้วน ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันส่วนหนึ่งกลายได้เป็นโครงการบ้านจัดสรรของเอกชนรายหนึ่ง จึงขอตั้งคำถามถึงผู้ว่าฯ กทม. ว่า สาเหตุที่ท่านไม่ดำเนินการสานต่อโครงการนี้ เป็นเพราะเกรงใจที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทเอกชน ที่จัดสรรที่ดินสร้างหมู่บ้านรายนี้ ใช่หรือไม่ เพราะการยกเลิกโครงการบึงรับน้ำคู้บอนที่สามารถรองรับน้ำได้รวม 870,000 ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รวม 130 ไร่

ส่งผลกระทบให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านจัดสรรโดยรอบ ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม จึงขอเรียกร้องให้ กทม. ทบทวนและบรรจุโครงการบึงรับน้ำคู้บอนตามแนวพระราชดำริฯนี้ กลับเข้ามาในร่างผังเมืองฉบับใหม่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้กรุงเทพภาคตะวันออกไม่ต้องจมน้ำอย่างที่เป็นอยู่
ด้าน น.ส.ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ ในฐานะตัวแทนประชาชนในพื้นที่ กล่าวยืนยันว่า ตนเป็นหนึ่งในตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ที่เรียกร้องให้สร้างบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อเป็นแหล่งพักน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชนหมู่บ้านพื้นที่ กทม.โซนตะวันออก หลังพื้นที่ริมคลองคู้บอน คลองสามวา และคันนายาวเผชิญน้ำท่วมสูงในปี 2554 ชาวบ้านในพื้นที่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างๆเข้าร่วมประชาพิจารณ์ไม่ได้คัดค้านโครงการนี้ อย่างที่กล่าวอ้าง และตนได้เข้าร่วมประชุมกับนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง และร่วมกับสภาผู้บริโภคหารือเรื่องบึงรับน้ำและผังเมืองกับ กทม. กระทั่งโครงการนี้ไม่คืบหน้า เราจึงติดตามทวงถามกับสำนักงานเขตและ กทม. ต่อเนื่อง โดยเข้าการหารือกับนายวิศณุ รองผู้ว่า กทม. เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2567 นายวิศณุแจ้งว่า กทม.จะไม่สร้างบึงรับน้ำคู้บอนและบึงรับน้ำบางชันแล้ว แต่จะใช้ระบบอุโมงค์ระบายน้ำแทน แต่สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ในเดือน ก.ย.69 ก็พิสูจน์แล้วว่า ได้ผลหรือไม่ เราต้องการให้มีบึงรับน้ำคู้บอนควบคู่กันกับอุโมงค์ระบายน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่พักน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ จึงขอให้นำโครงการดังกล่าวคืนมา เพราะหากท่านผู้ว่า กทม. ทำโครงการนี้ต่อ ก็ใช้งบไม่เกิน 1 พันล้านในขณะนั้น เพราะที่ดินราว300 ไร่ ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ที่บริษัทอสังหาฯซื้อจากชาวบ้านตกไร่ละ3 ล้านบาทไม่ใช่ 1.1 หมื่นล้านอย่างที่อ้าง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง






