'สส.ไอเดียร์' บุก ปอท. แจ้งความเอาผิด 'โรม' มั่นใจสามีว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
การเข้าแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ นายรังสิมันต์ ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งกระทู้ถาม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถึงกรณีมีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรีจำนวน 40 ล้านบาท อาจเชื่อมโยงกับเรื่องสินบนสแกมเมอร์ และพาดพิงว่าสามีของ น.ส.สุชาดา อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ เนื่องจากมีทรัพย์สินมากเกือบ 2,000 ล้านบาท และเนื่องจากการอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ วันดังกล่าวมีการถ่ายทอดสด

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและขั้นตอนอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย ที่พูดออกมาต้องได้รับผลของการกระทำ และมองว่าคนที่ผิดก็ว่าไปตามผิด และการที่มาแจ้งความวันนี้แสดงถึงความมั่นใจว่า ตนและครอบครัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
“ยืนยันว่าสามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสแกมเมอร์ อาชีพเป็นนักธุรกิจที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากมีความสามารถหลากหลายด้านการลงทุน” น.ส.สุชาดา กล่าว
น.ส.สุชาดา ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่มานี่ก็หารือกับสามีแล้ว และไม่ได้เตรียมตัวอะไร ก็ต้องไปตามกระบวนการของกฎหมาย เมื่อถามว่าสรุปสามีมีอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า “ก็มีลงไว้หลายบริษัทที่เขาลงทุน” เมื่อถามย้ำว่าจะบอกว่าสามีมีอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า “เป็นสามีไอเดียร์ ได้ไหมคะ เขาเป็นสตาร์ตอัพ เอกซิทได้จากนักลงทุนรายใหญ่ ก็จบกันไป รายละเอียด ก็บอกว่าลงทุนในบริษัทต่างๆ จดทะเบียนถูกกฎหมาย จะให้บอกว่ามีอาชีพอะไร ก็เป็นการลงทุน ไม่มีเงินเดือน ทำงานในหลายๆด้าน” และยังได้กล่าวอีกว่า “ดิฉันแต่งงานกับสามีก็มั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ทรัพย์สินที่เขามีมีมาก่อนที่จะแต่งงานด้วยซ้ำ ถ้าไม่มั่นใจ ไม่แต่งงานด้วยหรอก”
ส่วนกรณีที่ นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย สภาฯ เรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค.นี้ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ แต่หากมีเอกสารมาถูกต้อง ตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกอย่าง ก็พร้อมไปอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ในลักษณะตั้งข้อสังเกต เรื่องที่มาของเงิน 2,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับให้กู้ยืมเงินกับบริษัทที่ล้มละลายถึง 1,400 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ใครชื่อศิริโชค ไม่รู้จัก ใครชื่อศิริโชค หนูอาจจะเกิดไม่ทันในรอบของหนู นายศิริโชค เป็นอดีต สส. ควรจะมีความรู้ในเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะส่วนตัวได้นำเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างชี้แจงต่อ ป.ป.ช. หากไม่ถูกต้องคงไม่กล้าชี้แจง หรือยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไป แต่เอกสารที่นายศิริโชคเอามาเปิดส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นเอกสารที่เอามาจากไหนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากตรวจสอบได้ภายหลังว่า เอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องกลับ
เมื่อถามว่าเขาโพสต์ว่านายไท่หยาง ซาง สามีทำธุรกิจอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ก็เป็นการตั้งสมมติฐาน เป็นความคิดของเขา ทุกๆข้อมูลตนและทีมกฎหมายก็รวบรวมข้อมูลไปดำเนินคดีทางกฎหมายที่ทำได้ เมื่อไม่มีข้อมูลว่าสามีตนทำผิด บริษัทเขาตั้งที่ต่างชาติ ที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใสสูงมาก บางส่วนที่มีคนผิดก็ดำเนินคดีไปแล้ว บางส่วน เราก็เป็นผู้เสียหาย ถ้าผิดก็คงโดนจับไปแล้ว ไม่ต้องรอมาถึงประเทศไทย
สำหรับการชี้แจงต่อพรรคภูมิใจไทย น.ส.สุชาดากล่าวว่า ตอนนี้เป็นเรื่องความเสียหายส่วนตัว ยังไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย แต่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็ได้ให้กำลังใจและให้คำแนะนำว่า หากไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัวอะไร
น.ส.สุชาดา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ส่วนตัวมั่นใจในตัวสามีว่าเป็นคนดี เพราะถ้าไม่ใช่คนดี คงไม่แต่งงานด้วย แม้ที่ผ่านมาเพื่อนสามีจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่ตัวสามีก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง” หลังให้สัมภาษณ์สื่อแล้วเสร็จ สส.สุชาดา ได้เดินทางกลับทันที
นอกจากนี้ น.ส.สุชาดายังได้กล่าวถึงกรณีที่ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องที่มาของเงิน 2,000 ล้านบาท รวมถึงมีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินกับบริษัทที่ล้มละลายถึง 1,400 ล้านบาท โดยระบุว่า นายศิริโชคเป็นอดีต สส. ควารจะมีความรู้ในเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เนื่องจากตนได้นำเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างชี้แจงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปหมดแล้ว หากไม่ถูกต้องคงไม่กล้ายื่น แต่เอกสารที่นายศิริโชควนนำมาเปิดเผยนั้น ส่วนตัวไม่ทราบว่าเอามาจากไหนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากตรวจสอบภายหลังพบว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องกลับเช่นกัน
น.ส.สุชาดา กล่าวทิ้งท้ายถึงการชี้แจงต่อต้นสังกัดพรรคว่า เรื่องนี้ยังเป็นความเสียหายส่วนตัว ยังไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ให้กำลังใจและให้คำแนะนำว่า หากไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไร ทั้งนี้ หลังจากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น.ส.สุชาดาได้เดินทางกลับทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

