หมอจิรรุจน์ เตือนโคราช ไข้หวัดใหญ่ระบาด เด็กดับแล้ว 1 เผยสัญญาณอันตราย ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาล

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ประจำกลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ไข้หวัดใหญ่ระบาด!
โคราช เด็ก "เคสดำ" แล้ว 1ราย ผมไม่ได้ต้องการโพสต์เพื่อให้เกิดความตื่นตระหนกนะครับ แต่เมื่อมีการระบาดจำนวนมาก ความสูญเสียย่อมเกิดขึ้นกับเด็กบางกลุ่ม แล้วก็ได้เกิดขึ้น ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา รายนี้อายุประมาณ 7 ปี ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ นอกจากน้ำหนักเกิน
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียครับ และนี่คือแนวทางที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่พอสังเกตอาการของลูก หากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่เพียงไข้หวัดธรรมดา และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิตได้ในเด็กบางกลุ่ม
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที!!
หากพบว่าลูกมีอาการดังต่อไปนี้ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ควรรีบพาไปแผนกฉุกเฉินทันที:
***ระบบการหายใจล้มเหลว ***
หายใจเร็วผิดปกติ หอบเหนื่อย หายใจลำบากจนหน้าอกหรือซี่โครงบุ๋ม ริมฝีปากหรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
***ภาวะขาดน้ำรุนแรง (Dehydration)**
ไม่ปัสสาวะเลยเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ปากแห้งจัด หรือเมื่อร้องไห้แล้วไม่มีน้ำตา
***ระบบประสาทผิดปกติ ***
ซึมมาก เรียกไม่ตื่น ไม่ยอมเล่น กระสับกระส่ายผิดปกติ หรือมีอาการชัก
***ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง***
เด็กอาจร้องปวดตัวมากจนไม่อยากเดิน หรือปฏิเสธการเดิน
***ไข้สูงวิกฤต***
ไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส (104°F) ที่กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ทุเลา หรือ หากทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน (12 สัปดาห์) มีไข้ ต้องพบแพทย์เสมอ
***อาการทุเลาแล้วกลับมาทรุด (Secondary Infection)***
อาการไข้หรือไอเหมือนจะดีขึ้นแล้ว แต่จู่ ๆ กลับมามีไข้สูงและไอรุนแรงกว่าเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบแบคทีเรียซ้ำซ้อน
กลุ่มเด็กเสี่ยงสูง ที่ควรได้รับยาต้านไวรัสทันทีเมื่อติดเชื้อ
เพราะมักมีความรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพ เมื่อเด็กในกลุ่มนี้เริ่มมีอาการป่วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อพิจารณารับยาต้านไวรัส (เช่น Oseltamivir) ให้เร็วที่สุดเพื่อลดความรุนแรงของโรค ได้แก่
เด็กที่มีภาวะโรคอ้วน (Obesity) จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้การทำงานของปอดลดลงและระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติ เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (เกณฑ์ BMI ตั้งแต่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ขึ้นไป)
เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี (กลุ่มที่เสี่ยงต่อการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงสุดคือเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี) เด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคเลือด (เช่น Sickle cell) หรือโรคเบาหวาน
เด็กที่มีโรคทางระบบประสาทและสมอง เช่น โรคลมชัก สมองพิการ (Cerebral palsy) พัฒนาการช้าอย่างรุนแรง หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV ได้รับยาเคมีบำบัด เป็นโรคมะเร็ง หรือต้องรับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ
ตอนนี้การระบาดยังคงมีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ผมคือจังหวัดนครราชสีมา ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ โรงเรียนกว่าจะปิดน่าจะเป็นหลังวันที่ 6 ตุลาคมเป็นต้นไป ได้แต่หวังว่าหลังจากโรงเรียนปิดแล้วสถานการณ์น่าจะเบาบางลงครับ หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ในการสังเกตอาการหาติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นะครับ
#หมอจิรรุจน์
กุมารแพทย์โรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

