บทบรรณาธิการ : 7 ตุลาคม 2569

วิกฤตที่ทำให้การบินไทยจมน้ำ
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เจ้าจำปี ที่ควรเป็นสายการบินแห่งชาติ” ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทยแต่กลับกลายเป็นภาพลักษณ์ล้มเหลวในภาวะวิกฤตทั้งการจัดการและการสื่อสาร
ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเผชิญกับ กระเป๋าล่าช้านับสิบชั่วโมง การยกเลิกและการเลื่อนเที่ยวบิน จนเกิดสภาพ “ตกค้าง”ที่สนามบิน ความเสียหายนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการเดินทาง แต่คือการบั่นทอนความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่เพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด ขณะที่สายการบินอื่นที่เผชิญภัยเดียวกันกลับสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งตอกย้ำคำถามถึง ระบบสัมปทานบริการภาคพื้นของการบินไทย ว่ามีข้อกำหนดและแผนรับมือภัยพิบัติไว้อย่างไร
สิ่งที่เห็นชัดคือ การขาดการสื่อสารเชิงรุก ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผู้โดยสารไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ช่องทางติดต่อไม่ตอบสนอง มาตรการชดเชยยังไม่เป็นรูปธรรมใน 24 ชั่วโมงแรก ตามมาด้วยการระบายความอัดอั้นตันใจของพนักงานที่อยู่หน้างานที่ทราบทุกอย่างไปพร้อมกับผู้โดยสารเช่นกัน นี่คือความล้มเหลวที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับสายการบินที่มีบทบาทระดับชาติในการนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ความไม่สะดวกของผู้โดยสาร แต่ยังลามไปถึง เศรษฐกิจและชื่อเสียงประเทศ การที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพบเจอความโกลาหลตั้งแต่สนามบิน ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาเยือนอีกครั้ง และอาจเผยแพร่ประสบการณ์เชิงลบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ไทยโดยตรง
ในภาวะเช่นนี้ฝ่ายการเมืองไม่อาจนิ่งเฉยเพราะการบินไทยไม่ใช่เพียงบริษัท แต่คือสัญลักษณ์ของประเทศ รัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเข้ามากู้ภาพลักษณ์อย่างจริงจัง ทั้งการตรวจสอบสัญญาสัมปทานภาคพื้นที่รัดกุม การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติที่ชัดเจน และการสร้างระบบสื่อสารที่โปร่งใสและทันต่อสถานการณ์
การบินไทยเคยเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย แต่วันนี้กลับ “จมน้ำ” ไปกับวิกฤตที่ควรป้องกันได้ หากไม่เร่งฟื้นฟูด้วยความรับผิดชอบและการจัดการที่เป็นมืออาชีพ ความเชื่อมั่นที่เพิ่งกลับมาหลังโควิดอาจสูญสลายไปอีกครั้ง ถึงเวลาแล้วที่ทั้งองค์กรและฝ่ายการเมืองต้องร่วมกันพิสูจน์ว่าบริษัทการบินไทยฯ ยังคู่ควรกับการเป็นสายการบินแห่งชาติที่คนไทยภูมิใจ
ขณะเดียวกันที่ประชุมบอร์ดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีมติสั่งปลดฟ้าผ่า นายชาย เอี่ยมศิริ ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ดีดีการบินไทย โดยมีผลทันที เพื่อสังเวยกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างเที่ยวบินล่าช้า พร้อมแต่งตั้ง นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท ขึ้นรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ตายแล้วฟื้นคือการบินไทย น้ำเริ่มแห้งแล้วการเปลี่ยนตัวผู้บริหารหนนี้ขอภาวนาให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

