เชฟตง-วรเจตน์ เจริญวงศ์ใหญ่ เปิด Junior Chef Camp สานฝันเชฟรุ่นเยาว์สู่มืออาชีพ

เมื่อตอนเป็นเด็กเรามักจะถูกผู้ใหญ่ถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” คำตอบในวันนั้นเด็กๆ หลายคนอาจเป็นได้อย่างที่ฝัน แต่หลายคนอาจใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตที่จะหาเจอ และอีกเด็กๆ หลายคนพบว่าสิ่งที่ฝันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเดินบนเส้นทางนั้นได้ในทันที ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ที่ “เชฟตง – วรเจตน์ เจริญวงศ์ใหญ่” เชฟผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณ ได้เจอมากับตัวเอง เขาจึงอยากแบ่งปัน ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ และแนวทางให้กับโดยเฉพาะน้องๆ หนูๆ ในช่วงวัยประถมปลายที่มีความสนใจเส้นทางสายอาชีพ “เชฟ”

เชฟตง วรเจตน์ เจริญวงศ์ใหญ่ เผยถึงเส้นทางอาชีพของตนเองให้ฟังว่า ก่อนจะมาเป็นเชฟ เขาคือหนุ่มอาร์ทติส เรียนจบด้านสถาปัตย์ ทำอาชีพเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในร้านแฟชั่นแบรนด์ เป็นทั้งพนักงานประจำ และฟรีแลนซ์ การทำงานออกแบบตกแต่งภายใน แม้จะเป็นงานที่สนุกท้าทาย แต่เพราะเป็นร้านร้านแฟชั่นแบรนด์ที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้า งานของเขาจะเริ่มขึ้นเมื่อห้างฯ ปิดบริการ และกินเวลาล่วงเลยเกือบเช้า ทำให้นาฬิกาชีวิตแตกต่างจากคนอื่น ส่งผลต่อสุขภาพ เชฟตงจึงตัดสินใจพักงานหันมาทำสิ่งที่ “ชอบ” นั่นคือการทำอาหาร
“เวลาไปร้านอาหารที่เป็นบุฟเฟ่ต์ จะตักอาหารใส่จานแบบปกติก็จะธรรมดาๆ ไปเพราะเราเป็นนักออกแบบ ผมจึงสนุกทุกครั้งที่ไปทานบุฟเฟ่ต์ กว่าจะกินได้เราต้องจัดจานให้สวย ให้ดูน่าทาน งาน Food Stylist หรือนักออกแบบตกแต่งอาหารจึงเป็นงานแรกๆ ที่ผมเข้าสู่วงการอาหาร
ส่วนการเป็นเชฟ ผมชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้ทำอาชีพนี้มาตั้งแต่ต้น หรือเรียนจบจากโรงเรียนสถาบันสอนทำอาหารมาโดยตรง ผมจึงต้องเรียนลัดด้วยการลงมือทำ การไปทำงานอยู่ในครัวจริงๆ เรียนรู้จากเชฟจริงๆ ผมทำตัวเป็นแก้วที่พร่องน้ำตลอดเวลา คือพร้อมที่จะรับ พร้อมที่จะเรียนรู้ ทำให้พี่ๆ ที่เขามีประสบการณ์พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาให้เรา”
เชฟตง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานกับร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง และเข้าร่วมการแข่งขันทำอาหารหลายรายการ การได้รางวัลอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแต่ผลพลอยได้คือ “Connection” กับเพื่อนร่วมวงการ รวมไปถึงภาคธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร และได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรร่วมในการสอนทำอาหารเด็กอยู่บ่อยครั้ง
“ถึงแม้เราจะบอกว่าเป็นเชฟ เป็นหัวหน้าพ่อครัวอะไรก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญในการทำงานคือ Mindset อาหารหนึ่งจาน มันมีองค์ประกอบจากหลายสเตชั่น ไม่ใช่ว่าเราเก่งคนเดียว ซึ่งจากการไปเป็นวิทยากรรับเชิญหลายๆ คอร์ส เน้นไปที่การทำอาหารอย่างเดียว แต่ไม่ได้ปลูกฝัง Mindset ซึ่งผมมองว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานไม่ใช่แค่การทำอาหารแต่รวมไปถึงทุกๆ อาชีพ ตรงนี้ก็เป็นอีกแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้ผมเปิด Junior Chef Camp ขึ้นมา”

Junior Chef Camp เป็นแคมป์ที่เปิดโอกาสให้กับน้องๆ ที่มีอายุระหว่าง 11-16 ปี ที่มีความชื่นชอบในการทำอาหารหรือมาค้นหาคำตอบให้กับตนเองว่าการทำอาหารคือเส้นทางที่ใช่หรือไม่ โดยใช้ระยะเวลา 6 วัน 5 คืน
“แคมป์นี้ไม่ได้สอนแค่การทำอาหาร แต่เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง ‘Mindset’ การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การมีภาวะผู้นำที่จะรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การให้เกียรติซึ่งกันกัน รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเด็กๆ จะได้เรียนรู้ตลอดเวลาที่อยู่ในแคมป์ โดยวันแรกเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าละลายพฤติกรรมกันก่อนจะเข้าสู่บทเรียนการทำอาหารมีทั้งไทย จีน ยุโรป โดยมีเชฟมืออาชีพที่เชี่ยวชาญอาหารประเภทต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับน้องๆ
หลังจากที่เรียนรู้การทำอาหารแล้ว ในคืนสุดท้ายของแคมป์ยังจัดให้มีกาลาดินเนอร์ที่เด็กๆ จะต้องร่วมกันประกอบอาหาร 5 เมนูในรูปแบบ Fine dining โดยต้องทำทั้งหมดเมนูละ 160 จาน รวมทุกเมนูทั้งหมด 800 จานเสิร์ฟให้กับแขกคนพิเศษนั่นคือผู้ปกครองของเด็กๆ เอง รวมถึงแขก VIP ที่เชิญมาเป็นพิเศษ





และในงาน Junior Chef Camp Galanight season 2 มีการประมูลเสื้อเชฟพร้อมลายเซ็นเชฟวิทยากร โดยผู้ประมูลได้คือ ศ.ดร.บังอร เบญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก จูเนียร์เชฟแคมป์ season 2 ประมูลได้ในราคา 40,000 บาท และยังสมทบทุนเพิ่มอีก 10,000 บาท เพื่อนำรายได้ ไปใช้ในการเลี้ยงอาหารผู้พิการซ้ำซ้อน ที่สถานคุ้มครองและพัฒนาผู้พิการบ้านบางปะกงอีกด้วย”






เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายของการร่วม Junior Chef Camp เชฟตง บอกว่า เป็นราคาที่จับต้องได้ในราคาไม่ถึง 7 ใบเทา
“การที่คิดราคาในเรทนี้ส่วนสำคัญเป็นเพราะเรามีสปอนเซอร์ที่น่ารัก ที่สนับสนุนความฝันของเด็กๆ ไม่ว่าจะด้านสถานที่ อุปกรณ์ครัว วัตถุดิบ สิ่งที่ทั้งผมและสปอนเซอร์ได้ตอบแทนไม่ใช่มูลค่าทางธุรกิจ แต่เรามีแนวคิดเดียวกันคือการปลูกฝัง การมีส่วนในการสร้างเชฟรุ่นใหม่ๆ ที่มี Mindset ที่ดีในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต
Junior Chef Camp SS1 จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2568 ปี 2569 เป็นซีซั่น 2 ซึ่งเป็นแคมป์ที่ผมและสปอนเซอร์ได้รับฟีดแบ็กที่ดีมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือมีผู้ปกครองมาบอกว่าน้องๆ มาร่วมแคมป์แล้วไม่ใช่แค่ได้ทักษะการทำอาหาร แต่เขามีเป้าหมาย มีระเบียบวินัยมากขึ้น บางคนได้ค้นพบตัวเอง บางคนอาจจะไม่ได้อยากเป็นเชฟแต่เขามีทักษะในการทำอาหารที่ถูกต้อง สามารถพัฒนาต่อได้ ด้านสปอนเซอร์เองเขาได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ที่แบรนด์สามารถนำไปต่อยอดได้ รวมถึงเชฟวิทยากรเขาก็อยากมาร่วมงานกันอีก เรียกว่าเราวินวินกันทุกฝ่าย ผมจึงสามารถทำแคมป์นี้ได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป”
โดยสปอนเซอร์ผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุนความฝันของเยาวชนไทย ทำให้เกิด Junior Chef Camp ได้แก่
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
กลุ่มน้ำตาลไทยรุ่งเรืองผลิตภัณฑ์น้ำตาลลิน
Snackies TH
อบอุ่นแคทเธอริ่ง
นครโต๊ะ
See Sa rin Studio
ฟองฟอง
ผลิตภัณฑ์เสื้อ
เชฟ Harrot
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
บริษัท ทำได้ทำดี จำกัด
Picturian Production House
ทีมเชฟ วิทยากรและทีมงาน Junior Chef Camp รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านที่สนับสนุนส่งเสริมความฝันของลูกๆ หลานๆ ทุกคน
สำหรับ Junior Chef Camp ตอนนี้เปิดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ในอนาคต เชฟตง บอกว่า กำลังมองหาสถานที่ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ที่มีความพร้อมเพื่อเปิดแคมป์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพราะต้องการเปิดโอกาสให้กับเด็กๆ ในส่วนภูมิภาคอย่างทั่วถึง
แต่ที่ไม่อยากให้พลาด Junior Chef Camp SS3 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2570 ผู้ปกครองที่สนใจจะส่งบุตรหลานร่วมแคมป์จะเปิดรับสมัครในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Junior Chef Camp

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

