ขนส่งทางบก ชวนใช้บริการเรื่องรถผ่านระบบออนไลน์ ครบวงจร
![[Main Photo]DLT_AW ประกอบข่าวประชาสัมพันธ์](https://storage-wp.naewna.com/2026/10/Main-PhotoDLT_AW-ประกอบข่าวประชาสัมพันธ์.jpg?vcv-dynamic-field=featured_image&alt=&caption=&title=%5BMain+Photo%5DDLT_AW+%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C)
กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เดินหน้าพัฒนาระบบ DLT E-Service ยกระดับบริการด้านรถยนต์และการขนส่งผ่านช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมการอบรมและจองคิวทำใบขับขี่ การชำระและตรวจสอบภาษีรถ การจองหมายเลขทะเบียน การตรวจสอบข้อมูล และการขอใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ช่วยลดขั้นตอนเอกสาร เวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดความแออัดในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการใช้บริการนายหน้า ล่าสุดในปี 2569 มีผู้ใช้บริการชำระภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์ E-Service แอปพลิเคชัน Vehicle Tax Plus ตู้ Kiosk และเคาน์เตอร์เซอร์วิส รวม 1,366,716 คัน แบ่งได้ดังนี้ 1.รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน (รย.1) จำนวน 822,448 คัน (60.18%) 2.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) จำนวน 435,920 คัน (31.90%) 3.รถยนต์บรรทุก (รย.3) จำนวน 98,890 คัน (7.24%) และ 4.รถยนต์นั่งเกิน 7 คน (รย.2) จำนวน 9,458 คัน (0.69%) สะท้อนแนวโน้มการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังต่อยอดบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนและผู้ประกอบการดำเนินธุรกรรมออนไลน์ได้มากขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลา ลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงหรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐและเอกชน สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ และสอดรับกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการออนไลน์
5 บริการออนไลน์ไฮไลต์ช่วยจัดการ “เรื่องรถ–ใบขับขี่–ภาษี–ขนส่ง” สะดวกยิ่งขึ้น
- ระบบการอบรมใบอนุญาตขับรถออนไลน์ – เรียนรู้ได้จากทุกที่ ทุกเวลา
ผู้ที่ต้องเข้ารับการอบรมเพื่อประกอบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ สามารถเข้าอบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบ DLT e-Learning ได้ทางออนไลน์ โดยรับชมเนื้อหาและดำเนินการตามหลักสูตรที่กำหนด ช่วยลดเวลาในการเดินทางและการเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่ง เมื่อผ่านการอบรมแล้ว สามารถนำผลการอบรมไปใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกได้
ระบบ DLT e-Learning สำหรับงานใบอนุญาตขับรถ: https://www.dlt-elearning.com/
- จองคิวทำใบขับขี่ – เลือกวัน เวลา และสำนักงานก่อนเดินทาง
ประชาชนสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบ DLT Smart Queue ได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน โดยเลือกจังหวัด สำนักงาน ประเภทงาน รวมถึงวันและเวลาที่สะดวก ช่วยลดเวลารอคิว วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันระบบรองรับการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการ
ระบบ DLT Smart Queue: https://gecc.dlt.go.th/dltsmartqueue/main
- ชำระภาษีรถประจำปี – ต่อภาษีได้โดยไม่ต้องมาที่สำนักงาน
หนึ่งในบริการ E-Service ที่ประชาชนใช้มากที่สุด คือการชำระภาษีรถประจำปี โดยเจ้าของรถที่เข้าเงื่อนไขสามารถเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID เพื่อยื่นชำระภาษีออนไลน์ ตรวจสอบสถานะ และเช็กข้อมูลค่าภาษีล่วงหน้าได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กำหนด สำหรับรถที่ถึงเกณฑ์ต้องตรวจสภาพ จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อน โดยระบบของกรมฯ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการชำระภาษี ช่วยลดขั้นตอนและการยื่นเอกสารซ้ำ
นอกจากเว็บไซต์ E-Service แล้ว ประชาชนยังสามารถชำระภาษีผ่าน ตู้ Kiosk, แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมบริการดาวน์โหลดและตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ประชาชนวางแผนค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า ลดการเดินทาง และสนับสนุนการให้บริการภาครัฐในรูปแบบ Paperless Government
ระบบชำระภาษีรถ: https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf
ระบบสอบถามข้อมูลภาษีรถประจำปี: https://eservice.dlt.go.th/esvapp/esv/ebk/esv02q002/
- DLT E-Transport License – ยกระดับงานอนุญาตประกอบการขนส่งสู่ดิจิทัล ลดต้นทุนภาคโลจิสติกส์
กรมการขนส่งทางบกพัฒนาระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ด้วยรถบรรทุก (DLT E-Transport License) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก ตั้งแต่การยื่นคำขอ จัดส่งเอกสาร ไปจนถึงติดตามสถานะการดำเนินงาน ช่วยลดการใช้เอกสาร ลดจำนวนครั้งในการเดินทางมาติดต่อสำนักงาน และลดระยะเวลาของกระบวนการอนุญาต โดยในปี 2569 กรมฯ มีทิศทางขยายการให้บริการผ่านระบบให้ครอบคลุมส่วนภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางธุรการของผู้ประกอบการ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนประสิทธิภาพของภาคขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์โดยรวม
ระบบ DLT E-Transport License: https://etl.dlt.go.th/Login.aspx
- ขอใบขับขี่สากลผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” – ทำออนไลน์ง่าย ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มความสะดวกสำหรับประชาชนที่วางแผนเดินทางและต้องการขับรถในต่างประเทศ ปัจจุบันสามารถยื่นขอ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากล ผ่านช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยดำเนินการได้ตั้งแต่กรอกข้อมูล อัปโหลดรูปถ่าย ชำระค่าธรรมเนียม ไปจนถึงเลือกรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์ ช่วยลดขั้นตอนและไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานขนส่ง ทั้งนี้ ใบขับขี่สากลที่ประเทศไทยออกมี 2 ประเภทตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 (Geneva Convention 1949) และ อนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 (Vienna Convention 1968) ซึ่งมีประเทศภาคีและเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ผู้เดินทางจึงควรตรวจสอบว่าประเทศปลายทางรองรับใบขับขี่สากลประเภทใดก่อนยื่นคำขอ โดยผู้ขอเพียงเตรียมรูปถ่ายตามหลักเกณฑ์และดำเนินการตามขั้นตอนบนแอปฯ ก็สามารถทำใบขับขี่สากลก่อนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีบริการจองเลขทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งสามารถเข้าไปจองได้ล่วงหน้าตามวันที่และหมวดอักษร บริการระบบประมูลเลขทะเบียนสวย ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการประมูลผ่านออนไลน์ได้จากทุกพื้นที่ ระบบแจ้งผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม DLT SMART CHECK เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับการส่งข้อมูลประวัติอาชญากรรมจากระบบเอกสารสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ขอต่ออายุในกลุ่มที่เข้าเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับผลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ตาม การใช้บริการออนไลน์ต้องมาพร้อมความระมัดระวัง โดยควรยึดหลักการใช้บริการออนไลน์ให้ถูกช่องทาง ได้แก่ เข้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการของกรมฯ ตรวจสอบ URL ก่อนกรอกข้อมูลหรือชำระเงิน ไม่กดลิงก์จาก SMS, LINE หรือข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และไม่เปิดเผยรหัสผ่าน PIN หรือ OTP แก่บุคคลอื่น ขณะเดียวกัน การยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID และ ThaID ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการสวมสิทธิได้อีกทางหนึ่ง ท้ายที่สุด การพัฒนา DLT E-Service จึงไม่ใช่เพียงการ ย้ายเคาน์เตอร์บริการขึ้นมาอยู่บน แต่เป็นการขับเคลื่อนไปสู่ Digital Government ที่ให้บริการได้อย่างครอบคลุม สะดวก รวดเร็ว โปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

