ซุบซิบกทม.:28 ตุลาคม 2569

ซุบซิบกทม.
วันนี้ประชาชนสุดเครียดกับภาวะวิกฤติน้ำมันแพงอย่างมาก เพราะเป็นบ่อเกิดที่ทำให้สินค้าในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้น และไม่อาจปรับตัวลงมาได้ ท่ามกลางที่รายได้ของประชาชนเท่าเดิม และประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งรายจ่ายแทบมากกว่ารายรับหรือรายได้เท่ากับรายจ่าย ปรากฎการณ์นี้คือบ่อเกิดแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจที่ไม่มีใครอยากให้อุบัติขึ้นมา ขณะเดียวกันรัฐบาลกลับไม่ทุกข์ไม่ร้อนเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แถมยังออกมาปลอบใจประชาชนน้ำมันสำรองมีเพียงพอและมีการส่งออก ซึ่งที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากประชาชนมีทางเลือกร่วมกันประหยัดโดยหันไปใช้พลังธรรมชาติ แสงอาทิตย์ ไฟฟ้าแทน... พูดเองเออเองได้น่าขยะแขยงยิ่ง ใครก็ตามที่พูดเรื่องนี้มันยิ่งตอกย้ำว่าไม่เข้าใจปัญหาปากท้องประชาชนเลย อย่าลืมว่าถ้าบ้านเมืองวิกฤติหนักกว่านี้ แม้รัฐบาลจะมีสายป่านยาวแข็งแกร่งอย่างไรก็ไปไม่รอด ถึงไปรอดก็อาจได้ชื่อว่าเป็นทรราชทางเศรษฐกิจได้ เพราะปัญหาน้ำมันแพง ข้าวของแพงมันเป็นลางร้ายของระบบเงินเฟ้อ ท่ามกลางที่สินค้าบริการต่างๆมีราคาสูงลิ่ว อันส่งผลให้มูลค่าหรืออำนาจซื้อของเงินลดลง (เงิน100บาทซื้อของหรือสินค้าน้อยลงกว่าอดีต) เงินอาจเหมือนกระดาษที่ถูกมัดรวมกันไปซื้อของเพียงไม่กี่ชิ้น ...ที่สำคัญก็จะเกิดปัญหา“ชะตากรรมชะตาทราม”อำมหิตสมทบเข้าไปอีก ถ้าเกิดมีการปล้นสดมภ์ อันเนื่องมาจากความอดอยากหิวโหยของประชาชน เหตุการณ์เขย่าขวัญดังกล่าวที่น่าจดจำไว้ในสมอง คือ สาธารณรัฐไวมาร์(เยอรมนี1923) ประเทศซิมบับเว2003 ประเทศอังการี1946(รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก) ประเทศเวเนซุเอล่า2018 (เขาชั่งน้ำหนักเงินแทนสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตกันเลย)...หลายคนอาจตั้งคำถามว่าลางบอกเหตุหรือสัญญาณเตือนลักษณะไหนอย่างไรที่จะส่อเค้าไปถึงจุดนั้นมีอะไรบอกเหตุ ตรงนี้มีการอธิบายว่าให้สังเกตุเมื่อคนเริ่มหมดความเชื่อมั่นในอำนาจซื้อของเงินตรา พฤติกรรมคนจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น (1) ไม่เก็บเงินสด คนจะรีบใช้เงินทันที เพราะรู้ว่าเก็บไว้ข้ามเดือนเงินจะลดค่าลง (2)มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ข่าวสาร ,น้ำมันพืช ,ยารักษาโรค สิ่งจำเป็นประจำวันถูกกวาดซื้อเกลี้ยงชั้น(ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นตัวอย่าง), เปลี่ยนเงินเป็นทรัพย์สินถาวร ซื้อทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หรือเปลี่ยนสกุลเงินเป็นต่างประเทศดอลลาร์สหรัฐ หรือสกุลอื่นที่มั่นคง(3)ปฏิเสธเงินสกุลท้องถิ่น ร้านค้าติดป้ายไม่รับเงินประจำชาติ(ตรงนี้ร้ายแรงสุดๆ) ยอมรับการแลกเปลี่ยนแบบระบบบาร์เตอร์(เอาเนื้อสัตว์แลกข้าวสาร)(4)ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงรายวัน ห้างฯเลิกติดป้ายราคา ขาดแคลนสินค้ารุนแรง ดอกเบิ้ยพุ่งทะลุเพดาน ธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบิ้ยหนักหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อจูงใจให้คนฝากเงิน...ท่ามกลางที่รัฐบาลเริ่มออกธนบัตรใบละหมื่น ใบละแสน ใบละแสนล้าน โดยออกมาเรื่อยๆเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องหิ้วกระสอบเงินไปซื้อของ รัฐบาลล้มเหลวในการควบคุมสินค้า นี่เป็นปมมรณะที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้ทุนสามานย์มีอำนาจผูกขาดใช้น้ำมันกำหนดชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ...ทำไมประเทศที่ไม่มีทรัพยากรน้ำมันเองอย่างญี่ปุ่นราคาน้ำมันจึงถูก ทำไม มาเลเซีย พม่า ฯราคาน้ำมันถูก ใครก็ตามที่กำลังกอบโกยและกำลังสมคบกันหลอกประชาชนขอจงเลิกเสีย เพราะสุดท้ายท่านจะอยู่ไม่ได้ถึงจะมีเงินค้ำหัว...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

