ซุบซิบกทม.:3 พฤศจิกายน 2569

ซุบซิบกทม.
การไม่คิดวางแผนอนาคตเรื่องที่จอดรถใต้ดินของสำนักงานเขตซึ่งก่อสร้างใหม่ตอนนั้นช่วงนั้นหลายเขต โดยมีใครบางที่มีอำนาจ“ชี้โคนตายปลายเป็น”อธิบายว่าการก่อสร้างที่จอดรถใต้ดินควบคู่กับสำนักงานเขตใหม่ กทม.ไม่มีเงินเพียงพอทำไม่ได้ และเพราะไม่มีแผนดังกล่าวสุดท้ายวันนี้ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาที่จอดรถสำหรับประชาชนอย่างหนัก...และประเด็นการชี้แจงในวลีที่ว่า “กทม.ไม่มีเงิน”ช่วงนั้นถูกมองว่าเป็นการชี้แจงลักษณะ“กำปั้นทุบดิน” ซึ่งนักบริหารจัดการมืออาชีพเขาไม่พูดเขาไม่ทำกัน เพราะขาดความรู้ความเข้าใจปัญหาสุดๆอย่างยิ่ง การลงทุนทีเดียวครั้งเดียวจบนอกจากจะทำให้ประชาชนเกิดความสะดวกรวดเร็วแล้ว ก็ยังเป็นการไม่ทิ้งภาระไว้ให้ ผอ.เขต หรือผู้บริหารเขตปัจจุบันต้องนั่งปวดกะโหลก เนื่องจากต้องคิดหาทางแก้ไขกันแทบทุกสำนักงานเขตทั้งเช่าทั้งขอเอกชนเป็นที่จอดรถ...อันที่จริงเรื่องนี้มีตัวอย่างที่ดีเห็นชัด กรณีการก่อสร้างอาคารสำนักงานเขตดินแดงกับสำนักวัฒนธรรมที่ไปอยู่ร่วมในอาคารเดียวกัน ตรงนี้เป็นการใช้งบประมาณที่รอบคอบถูกต้องอย่างมาก เพราะวางแผนใช้เงินก่อสร้างที่จอดรถชั้นใต้ดินรองรับรถประชาชนผู้ไปติดต่อราชการเอาไว้หลายชั้น การก่อสร้างอาคารรองรับปัญหาลักษณะนี้ถือว่าใช้งบประมาณภาษีประชาชนสมเหตุสมผลคุ้มค่ามาก แต่การก่อสร้างเขตใหม่หลังแยกตัวไปจากเขตเก่าหลายเขต ทั้งๆ กทม.ได้ที่ดินมาเปล่าๆฟรีๆจากการบริจาคของประชาชน ไม่น่าเชื่อแค่ก่อสร้างที่จอดรถใต้ดิน กทม.กลับสิ้นคิดสิ้นปัญญาดำเนินการ โดยอ้างว่า”ประหยัดงบฯ“ และการประหยัดจึงนำมาซึ่งความ“หายนะ” ทางความรู้สึกของประชาชนถึงทุกวันนี้...ปัจจุบันหลายสำนักงานเขตพื้นที่จอดรถแออัดคับแคบ นอกจากจะกันพื้นที่ไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ข้าราชการแล้ว ก็ยังมีรถราชการอีกด้วยส่วนหนึ่งด้วย ประชาชนต้องกระเสือกกระสนไปเที่ยวซอกแซกหยุดจอดเอาข้างถนนเมื่อไปติดต่อราชการ ดูแล้วเห็นแล้วสุดน่าสมเพชเวทนาความเป็นประชาชนคนเสียภาษียิ่งนัก ขณะเดียวกันวันนี้ถ้าเขตไหนคิดจะใช้พื้นที่ใต้สำนักงานเขตทำที่จอดรถก็คงเป็นเรื่องใหญ่แม้จะทำได้ก็ลำบาก ...สรุปทิศทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ดีที่สุด คือ การใช้วิธีการก่อสร้างอาคารจอดรถด้วย“ลิฟต์ยก”เหมือนเขตหลักสี่ที่เขานำร่องเอาไว้ ตรงนี้จะเป็นแนวทางออกดีที่สุดเหมาะสมที่สุด เพราะอาคารจอดรถลักษณะนี้ลงตัวมากกับสำนักงานเขตพื้นที่น้อยๆ ส่วนสำนักงานเขตไหนตกผลึกดำเนินการ สก.รวมถึงสภา กทม.ก็ย่อมเห็นความสำคัญ ความจำเป็นในการอนุมัติงบประมาณให้อย่างแน่นอน...ปิดท้ายด้วยเขื่อนริมคลองเปรมประชากรที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งๆสมควรจะจบสมบูรณ์ไปนานแล้ว แต่ปรากฏว่าหลายจุดยังเป็นแนวเขื่อน“อกแตกฟันหลอ” สืบเนื่องจากผู้บุกรุกบางจุดดื้อแพ่งเรียกร้องอ้างสิทธิ์เกินเหตุ ท่ามกลางที่กรมธนารักษ์เจ้าของพื้นที่“อ่อนหัดอ่อนแอ”สุดๆมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากเพิกเฉยให้มีการบุกยึดครอบครองกันเหมือนมรดกส่วนตัว ขณะที่“หนังหน้าไฟ”อย่างเขตพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บางซื่อ ,จตุจักร ,หลักสี ,ดอนเมือง “เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง”เลย เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แต่กลับมานั่ง“เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว”ให้เจ้าของพื้นที่ แถมเสียงแช่งชักหักกระดูกหลากหลายก็ล้วนพุ่งตรงไปที่เขตทั้งสิ้นเมื่อเกิดปัญหาทรามๆขึ้นมา...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

