ซุบซิบกทม.:4 พฤศจิกายน 2569

ซุบซิบกทม.
บ้านเมืองที่มันวุ่นวาย“อำมหิตสุกดิบ”ขาดความยุติธรรม และมีการเสาะแสวงหาผลประโยชน์กันโจ๋งครึ่มอื้อฉาวทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าอันหนึ่งสิ่งหนึ่งมาจากการบริหารงานควบคุมนโยบายด้วยความลำพองของนักการเมืองบางคนและรัฐมนตรีบางคนที่ไร้สมอง มุ่งคิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องให้เกิดเป็นเรื่องเป็นประเด็นขึ้นมาไม่เว้นวัน อนิจจาองค์กรต่างๆที่ประชาชนมีความหวังและคาดหวังจะจรรโลงความยุติธรรมค้ำชูความถูกสิ่งถูกต้องตรงไปตรงมา หลายที่หลายแห่งหลายหน่วยงาน เกิดอาการคลอนแคลนไม่ต่างจากเสาเรือนโดนพายุ“ทอร์นาโด”ที่รุนแรงสุดๆ กระหน่ำจนส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนเสียความรู้สึกทั่วหน้า และเกิดคำถามสะเทือนทั่ว บ้านเมืองกำลังเกิดอะไรขึ้น...ขณะเดียวกันนักการเมืองฝ่ายค้านที่ประชาชนมีความหวังก็กำลังถูกมองว่าขาดมาตรฐาน ขาดความเชื่อถืออย่างมากทีเดียว เพราะความสมดุลทางการเมืองแทบไม่เหลือคลื่นพลังแรงศรัทธาไว้เลย เสียงตำหนิดังก้อง การทำงานการเมืองฝ่านค้านคล้ายเด็กเล่นขายของ แทนที่จะรวมพลังกันสะสางกลิ่นเน่าเหม็นหึ่งฉาวโฉ่ กรณีมีนักการเมืองบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งสกปรกโสโครกทั้งหลายให้หมดไป เช่น ขยะพิษ สิ่งแวดล้อมเลวร้าย ที่ดินรัฐถูกอ้างกรรมสิทธิ์ยึดครอง ทุนสีเทาที่ระบาดหนักทั้งในสภาฯหรือนอกสภาและคนใกล้ตัวนักการเมือง หรือแม้กระทั่งประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากโครงการนโยบายต่างๆ ฝ่ายค้านก็ไม่แสดงเจตจำนงจับมือกันขับเคลื่อนให้จริงจังและเด็ดขาดเท่าไหร่เลย...วันนี้ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองสุ่มเสี่ยงยิ่งที่เศรษฐกิจตกต่ำกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เห็นได้จากอัตราค่าบริโภคส่วนใหญ่มีราคาสูงจนน่ากลัว ท่ามกลางหน่วยงานรัฐฯอย่าง สคบ.(คุ้มครองผู้บริโภค)อับเฉาจนปัญญาเข้าควบคุมแก้ไข ซึ่งสาเหตุใหญ่ทั้งหลายทั้งปวงมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดไม่ติดตามตรวจสอบ และดูเหมือนทุกอย่างที่เกิดปัญหาผู้ค้าผู้ประกอบการจะอ้างสาเหตุปัจจัยสินค้าแพงมาจากจุดเดียว คือ ราคาน้ำมันสูง โดยปัญหาทั้งหมดประชาชนผู้เดือดร้อนบอกเป็นเสียงเดียวกัน หากรัฐบาลแก้ปัญหาทั้งหมดที่รุมเร้าไม่ไหว หรือไม่ได้รัฐบาลก็ไม่ควรดื้อรั้นห่วงอำนาจอีกต่อไป ...ปฎิกริยาข้างต้นนี้ถือว่าอันตรายไม่น้อยที่รัฐบาลจะนิ่งนอนใจปลุกเสกตัวเลขให้ดูดีสวนทางกับชีวิตควมเป็นอยู่ของประชาชนอีกต่อไป...ทิ้งท้ายด้วยเรื่องที่ว่ากันว่ากรมขนส่งทางบกรับนโยบายมาจากฝ่ายการเมืองให้ผู้มีใบขับขี่ตลอดชีพต้องมาทดสอบประสิทธิภาพกันใหม่ พูดง่ายๆบอกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพนั่นเอง พลันทันทีพอคำพูดของเจ้าหน้าที่ไม่มีงานทำออกมา“หาวเป็นดาวเดือน”ก็อุบัติเสียงคัดค้านแช่งชักหักกระดูกขึ้นมาสวนทางลั่นเมือง พร้อมกับคำถาม“มึงไม่มีงานทำกันหรืออย่างไร” นี่คือเสียงของประชาชนคนที่ถูกมองว่าผู้สูงอายุและมีใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ ที่สถิติอุบัตติเหตุจากการขับรถของพวกเขากลุ่มนี้มีน้อยกว่าวัยรุ่นที่คึกคะนองเกือบร้อยเปอร์เซ็นทีเดียว...
ไผ่ฎำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

