กพร. เร่งจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ ปี 70 กว่า 189 ล้านบาท พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า กพร. ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลชุมชน จึงได้เร่งรัดการจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐที่ได้จากการอนุญาตตามกฎหมายแร่ไปยัง อปท. ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเงินกลับคืนสู่ท้องถิ่นที่เป็นแหล่งกำเนิดทรัพยากรแร่โดยตรง เพื่อให้ อปท. นำงบประมาณส่วนนี้ไปฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เป็นการต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน สร้างความสมดุลในการผลักดันให้ภาคธุรกิจเหมืองแร่เติบโตไปพร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
“แร่ธาตุถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมไทย และในการประกอบกิจการเหมืองแร่จำต้องมีการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมด้วย โดยนอกจากเงินค่าภาคหลวงร้อยละ 60 หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 3,000 ล้านบาทที่ถูกจัดสรรไปให้ อปท. ทั่วประเทศในแต่ละปีแล้ว ในเดือนตุลาคมนี้ กรมฯ ยังได้จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษประจำปีที่จัดเก็บได้ ส่งมอบคืนสู่ชุมชน เพื่อใช้ในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการ เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ประกอบการเหมืองแร่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาชุมชนและสังคม เงินที่ถูกจัดสรรไปทั่วประเทศเหล่านี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้” นายอดิทัต กล่าว
ล่าสุด กพร. ได้ดำเนินการจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐของปีงบประมาณ 2570 ให้ อปท. เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 โดยในรอบนี้มียอดการจัดสรรกว่า 189 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อสรุปภาพรวมการจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2568-2570) พบว่า กพร. ได้กระจายเม็ดเงินคืนสู่ท้องถิ่นไปแล้วรวมเป็นเงิน 1,174 ล้านบาท โดยมี อปท. ที่ได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 245 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 58 จังหวัดทั่วประเทศ
“กพร. ส่งเสริมการพัฒนาการประกอบกิจการเหมืองแร่ให้มีความปลอดภัย มีมาตรฐาน ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาทจะถูกนำไปสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน และทำให้เหมืองแร่สามารถอยู่ร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน” นายอดิทัตกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


