กพร.ลั่นรักษาป่ามรดกโลก ยังไม่อนุญาตเหมืองแร่แก่งกระจาน

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคำขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่โดโลไมต์ใน ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อาจกระทบต่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของกลุ่มป่าแก่งกระจาน และความไม่โปร่งใสในการจัดรับฟังความคิดเห็นนั้น เรื่องนี้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กำชับให้กรมฯปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และคำนึงถึงดุลยภาพระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ควบคู่กับการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยปัจจุบันยังไม่มีการออกประทานบัตร หรืออนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน เริ่มจากบริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ยื่นคำขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี ในเดือนกรกฎาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่ ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 540 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา ต่อมาขอลดพื้นที่เหลือ 249 ไร่ 1 งาน 83 ตารางวา ภายหลังรับคำขอ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยแร่ ตั้งแต่ประกาศคำขอประทานบัตร และจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในเดือนธันวาคม 2566 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ จากนั้นสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีได้ปิดประกาศรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นให้ชุมชนทราบ รวมทั้งส่งรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างจัดทำรายงาน
ส่วนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อย 2 ครั้งตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ไปประกอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการ EIA ที่ทำอยู่ จึงมิใช่การจัดรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายว่าด้วยแร่ซ้ำอีกครั้ง และกระบวนการ EIA มิได้หมายความว่าโครงการจะได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่
“สำหรับข้อห่วงกังวลในเรื่องผลกระทบต่อมรดกโลกทางธรรมชาติของกลุ่มป่าแก่งกระจาน และผลกระทบด้านอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผลกระทบจากการขนส่งแร่ แรงสั่นสะเทือน หรือผลกระทบต่อแหล่งน้ำ คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ภายใต้กระบวนการ EIA จะเป็นผู้พิจารณาอย่างรอบคอบ หากไม่มีมาตรการที่ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากการทำเหมืองได้ รายงาน EIA จะไม่ได้รับความเห็นชอบ และไม่สามารถอนุญาตให้ทำเหมืองได้” นายอดิทัต กล่าว
นายอดิทัต กล่าวว่า การยื่นคำขอประทานบัตรไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการทำเหมืองแร่โดยอัตโนมัติ ผู้ยื่นคำขอยังต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า ต้องผ่านการพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน โดยข้อคิดเห็นของประชาชน หนังสือคัดค้าน ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนำมาประกอบการพิจารณาคำขอที่เสนอต่อคณะกรรมการแร่ ก่อนจะพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตประทานบัตรตามกฎหมาย
“ผมได้สั่งการเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลพื้นที่คำขอดังกล่าวจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการกระทำต่อพื้นที่ หรือมีการทำเหมืองแต่อย่างใด” นายอดิทัต กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

