กรมศุลกากร ร่วมกับกองกำลังบูรพา ตรวจยึดบุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศ พร้อมยานพาหนะ 2 คัน บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วน
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสิ่งของที่ผิดกฎหมายตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 พนักงานศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 3 ส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา ว่าขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณป่าทึบริมถนนศรีเพ็ญ ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ห่างจากพรมแดนไทย – กัมพูชา ประมาณ 800 เมตร ได้ตรวจพบบุคคลไม่ทราบสัญชาติประมาณ 5–10 คน กำลังขนย้ายสิ่งของขึ้นยานพาหนะ ในลักษณะเป็นการลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตนเพื่อทำการตรวจค้น แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ทหาร กลับอาศัยความมืดทิ้งสิ่งของพร้อมยานพาหนะแล้วหลบหนีไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา
เบื้องต้น พบกล่องกระดาษทรงสี่เหลี่ยมบรรจุอยู่ในกระสอบพลาสติกเป็นจำนวนมาก บางส่วนได้ถูกขนย้ายขึ้นบนยานพาหนะแล้ว บางส่วนยังถูกซุกซ่อนอยู่ในป่าทึบ เจ้าหน้าที่ทหารจึงประสานขอกำลังจากพนักงานศุลกากรให้เดินทางมาร่วมตรวจสอบเมื่อพนักงานศุลกากรเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว และเมื่อได้ร่วมกันตรวจสอบแล้ว พบสินค้าประเภทบุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศ คละยี่ห้อ จำนวน 249,320 ซอง และบุหรี่ไทย ยี่ห้อกรองทิพย์ จำนวน 15,590 ซอง ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร โดยถูกต้อง มูลค่ากว่า 26 ล้านบาท พร้อมยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คันของและยานพาหนะดังกล่าวจึงถือเป็นของอันเนื่องด้วยการกระทำความผิดฐานลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ตามมาตรา 242 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของกลางนั้น พนักงานศุลกากรจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 167 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ยึดของดังกล่าวนำส่งด่านศุลกากรอรัญประเทศเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

