“ปลัดฯอุตสาหกรรม” รับนโยบาย “วราวุธ” ตั้งชุดเฉพาะกิจฯ กระจายตรวจโรงงาน 105 , 106 บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด ยึดพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายและเปิดปฏิบัติการตรวจกำกับและบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดสำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 , 106 นั้น กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลและส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับการกำกับดูแลให้สถานประกอบการ ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความปลอดภัยคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
การตรวจกำกับโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 จึงเป็นภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากภาคอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักหลักวิชาการและข้อกำหนดของกฎหมาย สามารถนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน และชุมชนโดยรอบสถานประกอบการได้
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีคำสั่ง แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานประเภทดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาตุลาคม 2569พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการตรวจ กำกับ โรงงานดังกล่าว และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยมีโรงงานเป้าหมาย 3,049 โรงงานทั่วประเทศ พร้อมกำหนดพื้นที่เร่งด่วน ตามระดับความเสี่ยง พร้อมจัดตั้งกลไกการทำงานในรูปแบบคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเป็นไปอย่างบูรณาการ ที่สำคัญคือมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง โดยแผนปฏิบัติการกำหนดต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ข้อมูลโรงงาน เครื่องมือการตรวจตรวจสอบ และระบบ i-Auditor เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยกำหนดแผนดำเนินการในพื้นที่ กลุ่ม A ใน 5 จังหวัดแรก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และพื้นที่กลุ่ม B ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และยังมี พื้นที่กลุ่ม C อีก 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยรายงานความก้าวหน้าปัญหาอุปสรรค และผลการดำเนินงานตามที่กำหนด
การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงจำนวนโรงงานที่ได้รับการตรวจสอบ แต่จะให้ความสำคัญกับภาพของการตรวจสอบ การป้องกัน และแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ขอบเขตอำนาจตามกฎหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง พี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

