เราถูกหลอกเหมือนพี่ 'ต๊ะ นารากร' เผย 'ทนายเปิ้ล' ต่อสายตรงปล่อยโฮระบาย มูลนิธิฯเละเทะ อำนาจเต็มเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 'บุ๋ม ปนัดดา'

จากกรณีที่เงินบริจาคและสิ่งของช่วยเหลือของมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา พร้อมด้วย ก๊อต อธิป สามีของเธอ กำลังเป็นกระแสสังคมและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ล่าสุดวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง ต๊ะ นารากร ติยายน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทนายเปิ้ลและสามี ได้โทรศัพท์ไปหาตนเองและระบายว่าถูกหลอกโดย บุ๋ม ปนัดดา โดยระบุว่า "ก่อนไปออกโหนฯ ทนายเปิ้ลและสามีโทรมาคุยกับฉันน้ำเสียงทุกข์ใจมากร้องไห้ตลอดเวลา ใช้คำว่า “เราถูกหลอกเหมือนที่พี่ต๊ะถูกหลอก”

ความรู้สึกของกรรมการตอนนี้พยายามประคับประคองมูลนิธิองค์กรทำดีที่กรรมการทุกคนเจตนาทำด้วยความสุจริตไม่ได้คิดฉ้อโกง เพียงแต่ด้วยกระบวนการทำงานที่หละหลวม พี่บุ๋มนำไปเละเทะ เมื่อถูกทักท้วงก็บอกแต่ว่า เดี๋ยวจะจัดการ แต่ไม่เคยทำอะไรได้เลย
ในข้อเท็จจริงทางกฎหมายทนายเปิ้ลไม่เกี่ยวกับเส้นเงินใดๆเลย แต่ยอมรับว่ากระบวนการทำงานของมูลนิธิหละหลวม และกรรมการคนอื่นๆไม่มีอำนาจเลย อำนาจเต็มเบ็ดเสร็จอยู่ที่ปนัดดา
ปนัดดามีอำนาจทั้งการควบคุมกิจการและการเงิน ไม่มีการเรียกประชุม ไม่นัดประชุม จึงไม่มีการประชุม การเงินไม่เคยมาขออนุมัติตามที่เป็นข่าวทางสื่อการที่ปิดงบไม่ได้ทนายเปิ้ลทักไปตั้งแต่ปีแรก มีการตามเป็นระยะ แต่ก็ไม่เคยดำเนินการ
จนช่วงปี 68 ทนายเปิ้ลได้ทำหนังสือลาออกจากกรรมการ แต่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น จนสถานะกรรมการหมดวาระไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 แล้ว
ผู้เสียหายคือมูลนิธิ กรรมการที่เหลืออยู่พร้อมจะจัดประชุม และมีมติดำเนินคดี เรียกเอกสารให้บุ๋มชี้แจง ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็จะดำเนินคดีกับปนัดดา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ทำความเสียหายให้แก่มูลนิธิ ตอนนี้คงไม่มองหน้ากันแล้ว เพราะสิ่งที่ปนัดดาทำ ทำให้กรรมการเดือดร้อน มูลนิธิเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่สิ่งที่สร้างมาหลอกใคร"

หลังจากที่โพสต์ของ ต๊ะ นารากร ติยายน เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ปลายทางสุดท้าย เหมือน เอกสายไหม และ ทนายบุญชู พูดในโหนฯ ต้องเป็นไปตามกฏหมายข้อบังคับของมูลนิธิ..ถ้าได้กันตัวเป็นพยาน ก็โชคดี..ขอให้ได้เป็นพยานไป..เห็นใจทุกคนที่ร่วมองค์กร แต่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรต้องพลอยฟ้าฟลอยฝนมาโดนด้วย ส่วนคนที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องจนร่ำรวย ก็ขอให้ตำรวจรวบรวมหลักฐาน จัดการเป็นแถวสองต่อไป"
"ตอนนี้ใครบริหารมูลนิธิครับ ช่วยบริหารจัดการอาหารหมาแมวที่มีคนบริจาคิเผื่อยังใช้ได้"
"หลอกคนทั้งประเทศ หลอกเพื่อน หลอกตัวเองแสดงละครเก่งมาก เอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลยคะ"
"คนที่ไม่รู้จริงมี เเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ทั้งแชทและการกระทำต่างๆที่พอจะแจ้งศาลทราบ ศาลมีความยุติธรรมเพียงพอหนักก็เป็นเบาเชื่อว่าอย่างนั้น"
"บริสุทธิ์จริงก็รอด"
"เห็นใจแต่ถ้าคณะกรรมการไม่ลงมติให้ประธานถอนเงินได้เพียงคนเดียว แต่ทำตามระเบียบคือต้องเซ็น2 คน ประธานก็ไม่สามารถเอาเงินบริจาคออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้ ความเสียหายก็จะไม่มากขนาดนี้ ขอให้สู้ผ่อนหนักให้เป็นเบานะคะ และคนที่เข้ามากรรมการที่ใดก็ตามขอให้รู้หน้าที่และระเบียบ อย่าฝืนระเบียบเพราะเกรงใจ เป็นคนรู้จัก สิ่งที่ต้องรับผิดชอบคือการกระทำและตัดสินใจของเราในวันนั้น"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก นารากร ติยายน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

