ศศิน เตือนวิกฤตน้ำเกมเปลี่ยน! เขื่อนป่าสักพุ่ง 102% อยุธยา-ชุมชนริมน้ำรับมือพีคสุด 2 ต.ค.นี้
30 กันยายน 2569 เวลา 14:29 น.

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 นายศศิน เฉลิมลาภ นักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมใช้ผังน้ำของ สสน. (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ) ติดตามน้ำมาตลอด นานแล้ว สะดวกดี แต่ปรากฏว่า คงมีปัญหาเรื่องข้อมูลตรงเขื่อนป่าสัก ไม่ได้อัพเดต ผมก็ประมาท นึกว่าไม่เท่าไหร่ ฝากอัพเดตด้วยนะครับ
ตอนนี้เขื่อนป่าสักเต็ม 102%
เกมเปลี่ยนครับ อยุธยาตอนนี้ ผมไม่กังวลเจ้าพระยา เท่าป่าสักครับ สถานการณ์เดายากนะครับ
ผมนะเฝ้าระวัง และเตรียมรับสถานการณ์ ตามที่ อ.เสรีพูดในรายการโหนกระแส
ตอนนี้สรุปนะครับ เขาคำนวนน้ำเจ้าพระยาจะพีคสุดที่นครสวรรค์ เกือบๆ 3,000 ลบ.ม./วินาที วันที่ 2 นะครับ คือวันศุกร์ แต่จากการคำนวน พีคนี้จะลดลงทันที
จำนวน 3000 คงจะมารวมกับสะแกกรังอีก พอสมควร แต่มีการกระจายไประบบชลประทานทางท่าจีนและลพบุรี ราวๆ 4-500
เหลือลงมาเขื่อนเจ้าพระยา วันที่ 3 ยังไงก็มี 2,500 ++
ดังนั้นตัวเลขขนาดนี้ ชุมชนริมน้ำระหว่างแม่น้ำกับคันถนน เตรียมรับสถานการณ์
ชาวบ้านริมน้ำในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำกับถนนเตรียมรับสถานการณ์กันไว้ เท่าๆกับปีที่แล้วนะครับ แต่ทางฝั่งแม่น้ำลพบุรี บางปะหัน บวกๆ ไปเท่าๆกับช่วงสูงสุดปี 64 เพราะปีที่แล้วเขาปล่อยไปทางบางบาลเยอะ ของฝั่งแม่น้ำลพบุรีมาน้อยเกินกว่าปกติครับ ปีนี้คลองบางแก้วเขาจัดเต็มนะครับ
ปีนี้น้ำมาเร็ว แต่เดาว่าอยู่ไม่นานถ้ากรมชลคำนวนพีคน้ำที่นครสวรรค์ถูกต้อง
ส่วนพี่น้องชายน้ำตั้งแต่บางปะอิน-บางไทร เตรียมตัวนะครับ เหมือนปี 68 ช่วงแรกๆ
แต่เรื่องจะข้ามคันถนนมาหรือเปล่า ยังไม่รู้ครับ ถ้ารีบกระจายน้ำไปทุ่งบางส่วน ตั้งแต่สิงห์บุรี อ่างทอง ยังคิดว่า น้ำจะไม่สูงเท่าปี 68 นะครับแต่เผื่อไว้ อาจจะเท่าก็ได้
ส่วนในบ้านในทุ่ง ปีนี้คงมีการระบายออกไป พอสมควร แต่เดาไม่ได้ว่าจะเยอะแค่ไหน ต้องเตรียมรับสถานการณ์เหมือนกัน
อยุธยา เฉพาะ ชุมชนริมน้ำ ตั้งรับ เตรียมรับ สถานการณ์เต็มที่นะครับ
ส่วนกรุงเทพ ที่ไม่ได้อยู่ริมน้ำ เฝ้าระวังอย่างเขาว่าก็ได้ เฝ้าอย่างไรติดตามข่าวอยุธยาก่อนถ้าเราอ่วมมาก เตรียมรับสถานการณ์เหมือนกันครับ !!! "
ต่อมาได้โพสต์เพิ่มเติม ระบุว่า "ตอนนี้มองสถานการณ์ให้ออก กรุงเทพ ให้ทีมกทม. เร่งระบาย สูบเคลียร์ หยุดต่อว่าวิเคราะห์อะไรกันได้แล้ว เพราะ มีปัญหาอื่นๆ เรื่องใหญ่ต่อเนื่อง (รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่น้ำขังในภาคตะวันออก)
เตรียมรับสถานการณ์แม่น้ำปราจีน นครนายกที่ยังไม่น่าไว้ใจ น้ำจากภูเขายังไหลมาตลอด
แม่น้ำแม่กลอง และ แม่น้ำเพชรบุรี ยังต้องรับสถานการณ์ แม่กลองน่าจะผ่านพีค และคลี่คลายก่อน คิวเมืองเพชรและเส้นทางน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานอาจจะเป็นปัญหาต่อไป
เรื่องใหญ่จริงๆ คือภาคกลาง อยุธยา พื้นที่ริมน้ำระหว่างแม่น้ำกับคันถนนกั้นน้ำท่วมทั่วแล้วที่อยุธยา น้ำมาอีกพอสมควรจากนครสวรรค์ จะพีคสุดวันที่ 2 และค่อยๆลดลง แม่น้ำป่าสักเขื่อนเต็มลงมาสมทบกันที่อยุธยา พอดี ริมน้ำนอกคันหนักแน่ ต้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือเดี๋ยวนี้ และเตรียมน้ำระบายลงทุ่งในทุ่งเตรียมรับ
คิวต่อไปคือริมน้ำ ปทุม และนนทบุรี และที่ต่ำริมน้ำกรุงเทพ เตรียมรับสถานการณ์ระดับ #มาแน่
ส่วนปทุม นนท์ รวมถึงกทม. ด้านในเข้ามาจากแม่น้ำ อาจจะยอมใช้คำว่าเฝ้าระวัง ดูข่าว และดูว่าอยุธยาหนักแค่ไหน เตรียมประเมินว่าจะเข้ากรุงเทพ ด้านในหรือเปล่า หลังวันอาทิตย์ถึง #จะพอเดาได้ ตอนนี้อย่าเพิ่งถามว่าตรงนั่นตรงนี้จะท่วมไหม ผมยังไม่รู้
สองสามวันนี้โฟกัสเรื่องนี้ก่อน ไม่มีใครมาบอกเป๊ะๆ ได้ ต้องเตรียมรับสถานการณ์กันครับ
สำหรับภาคกลางไม่หนักเท่าปี 54 อาจจะน้องๆ 68/65 หรือเท่ากัน แต่ตอนนี้คิดว่าเหมือนปี 64
คนที่น้ำท่วมจะจำได้
คนที่จะถามว่าตรงนั้นตรงนี้ท่วมไหมใน ปทุม นนท์ (อยุธยาโดน 100%) ต้องรู้ว่าบ้านตัวเองอยู่ระหว่างแม่น้ำกับถนนคันกั้นน้ำหรือไม่ ถ้าอยู่มีโอกาสเกือบ 100% เตรียมรับสถานการณ์ได้เลย ส่วนพื้นที่ด้านในถัดเข้ามากลางทุ่ง ผมคิดว่าต้องเลยวันเสาร์-อาทิตย์นี้ไปจึงจะตอบได้ ใช้ศัพท์ อ.เสรีว่า #เฝ้าระวังและเตรียมรับสถานการณ์"
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 ได้โพสต์อัปเดตสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักฯ ระบุว่า "สถานการณ์น้ำ ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น.
-ปริมาณน้ำ 930.78 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 106.80 %
-ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 550.27 ลบ.ม./วินาที หรือ 47.54 ล้าน ลบ.ม./วัน
-ระบายน้ำ 115.08 ลบ.ม./วินาที หรือ 9.94 ล้าน ลบ.ม./วัน"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

