คมนาคมชูขนส่งเชื่อมศก.ไทยสู่เวทีโลก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยให้สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่มีอยู่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ชุมชน เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้แก่ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี , M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว และ M6 บางปะอิน-นครราชสีมา เพื่อช่วยลดระยะเวลาเดินทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
สำหรับการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้า จากประมาณ 11 ล้าน TEU เป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางถนนและทางราง เพื่อยกระดับท่าเรือแหลมฉบังสู่การเป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาระบบรางให้เป็นรูปแบบการขนส่งหลักของประเทศภายในปี 2573 ผ่านโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น ส่วนการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างขับเคลื่อนการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อยมลพิษ พร้อมพัฒนาบริการขนส่งให้สะดวก โดยเฉพาะบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการขนส่งทางอากาศ ไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยเดินหน้าขยายขีดความสามารถของสนามบิน ทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ที่ 4 เพื่อรองรับผู้โดยสารประมาณ 80 ล้านคนต่อปี รวมถึงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ให้รองรับสินค้าได้ 2 ล้านตันต่อปี ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
“ประเทศไทยพร้อมต้อนรับการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ด้วยจุดแข็งจากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆในอาเซียน เรามุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว โดยไม่ใช่เพียงการเติบโตของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ทุกประเทศและพันธมิตรที่เข้ามาลงทุนสามารถเติบโต และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกับไทยได้อย่างยั่งยืน” นายสิริพงศ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

