สินเชื่อแบงก์ Q2 โต 2% ธุรกิจขนาดใหญ่กู้เงินเพิ่มขึ้น
19 สิงหาคม 2569 เวลา 06:15 น.

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลอง และวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 2.0% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 6.6% ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสินเชื่ออุปโภค-บริโภค ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสินเชื่อ SMEs ลดลง 4.6% ซึ่งติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
ด้านคุณภาพสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL หรือ Stage 3) ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ 2.82% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นช่วงต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (SICR หรือ Stage 2) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.78% ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็น NPL เพิ่มขึ้น ขณะที่มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดีธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิด NPL ใหม่
สำหรับผลการดำเนินงาน กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 83,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันปี 2568 จากกำไรที่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงิน และค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลงหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า และมีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
“ในระยะต่อไป สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ SMEs ที่เปราะบางอยู่เดิม และภาคครัวเรือนที่เผชิญกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงควรติดตามแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้มาตรการการลดภาระหนี้ของทางการ และการสนับสนุนสภาพคล่องจากสถาบันการเงินที่ต่อเนื่อง คาดว่าจะมีส่วนช่วยประคับประคองภาคธุรกิจและครัวเรือนในระยะต่อไป”นายสุโชติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

