‘บางจาก’ เดินหน้าผลิต SAF เต็มกำลัง ชงรัฐสร้างตลาดและกลไกสนับสนุนระยะยาว

นางองค์อร เปลี่ยนรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน ASIA-TECH 2026: Asia Refining & Petrochemicals Tech Forum จัดโดย Euro Petroleum Consultants (EPC) ว่า ปัจจุบัน SAF มีราคาประมาณ 2-3 เท่าของเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70-80 ของต้นทุนการผลิต และกระบวนการผลิต โดยราคาที่สูงกว่าเป็นความท้าทายที่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมักเผชิญในช่วงเริ่มต้นของการขยายตลาด และต้นทุนมีโอกาสลดลงเมื่อการผลิตและการใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการด้านราคาคาร์บอน เงินอุดหนุน และสินเชื่อสีเขียวจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน
ทั้งนี้กลุ่มบริษัทบางจากใช้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบในการผลิต SAF และรวบรวมผ่านโครงการ Fry to Fly ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ครัวเรือน สถานีบริการน้ำมัน ฯลฯ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ คุณภาพดี และต้นทุนเหมาะสม พร้อมศึกษาวัตถุดิบทางเลือก เช่น น้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน กรดไขมันปาล์มกลั่น (Palm Fatty Acid Distillate: PFAD) และวัตถุดิบจากน้ำเสียของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม (Palm Oil Mill Effluent: POME) โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ การไม่ทำลายป่า และมาตรฐานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของตลาด และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนพลังงานและไฮโดรเจน รวมถึงปรับสัดส่วนการผลิต SAF และดีเซลหมุนเวียน (HVO) ตามสภาวะตลาด เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำในระยะยาว
นางองค์อร กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยผลิต HEFA-SPK SAF ของบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) มีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน และเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว เพื่อรองรับการส่งออกให้ลูกค้าในทวีปยุโรปซึ่งมีข้อกำหนดการใช้ SAF (mandate) ทั้งนี้บริษัทเสนอให้ภาครัฐกำหนดเป้าหมายและแผนส่งเสริมการใช้ SAF ที่ชัดเจน สนับสนุนสัญญารับซื้อระยะยาวระหว่างผู้ผลิตกับสายการบิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

