ดัน ASEAN Power Grid ชงธนาคารโลกปลดล็อกข้อจำกัด

รัฐบาลดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน(ASEAN Power Grid) “เอกนิติ”เสนอธนาคารโลกช่วยปลดล็อกกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านสัญญาที่เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศในการเชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาคอาเซียน เปิดทางให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้อาเซียนเป็นต้นแบบการบูรณาการด้านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอให้กลุ่มธนาคารโลกสนับสนุนการแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและสัญญา เพื่อขับเคลื่อนโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ร่วมกับนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF - World Bank Group Annual Meetings)
ทั้งนี้นายเอกนิติ ได้เน้นย้ำในการประชุมว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง แต่ยังมีข้อจำกัดในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้เกิดการลงทุนและการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินทุนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงความร่วมมือด้านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนเข้าด้วยกัน
สำหรับข้อเสนอสำคัญของไทย คือการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนให้เกิดความก้าวหน้า โดยไทยขอให้กลุ่มธนาคารโลกเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานในระยะยาว
นอกจากนี้นายเอกนิติ ยังเสนอให้ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับกลุ่มธนาคารโลกก้าวไปไกลกว่าการสนับสนุนทางการเงิน โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถในการใช้เงินทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้อาเซียนสามารถเป็นต้นแบบของการบูรณาการพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุน สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ
“รัฐบาลมองว่าการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค การปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและสัญญาจะช่วยเปิดทางให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
อย่างไรก็ตามการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนร่วมกับประธานกลุ่มธนาคารโลกครั้งนี้ นับเป็นการจัดประชุมร่วมกันครั้งแรกในช่วงการประชุมประจำปี IMF-World Bank โดยไทยได้ใช้โอกาสดังกล่าวนำเสนอแนวทางความร่วมมือที่มุ่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของภูมิภาค สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการผลักดันความร่วมมือระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

