ไทยยกทัพใหญ่โรดโชว์ญี่ปุ่น สร้างความร่วมมือใน3อุตฯสำคัญ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายนนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนำคณะบีโอไอ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมศุลกากร และผู้นำองค์กรเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย รวมถึงคณะผู้ประกอบการไทยกว่า 40 คน เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานของไทยตลอดเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและเติบโตไปพร้อมกับนักลงทุนญี่ปุ่น และเพื่อยกระดับฐานการลงทุนญี่ปุ่นในไทยไปสู่กิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสร้างความร่วมมือกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ทั้งนี้คณะมีกำหนดพบหารือกับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น 6 รายที่มีฐานการผลิตในไทย ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ มิตซูบิชิ มาสด้า และนิสสัน เพื่อนำเสนอแผนสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งเสริมฐานการผลิตในประเทศ การยกระดับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมรับฟังทิศทางธุรกิจ แผนการลงทุน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตลอดจนแนวทางสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ในรูปแบบต่าง ๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในไทยระยะยาว
นอกจากนี้ บีโอไอจะจัดการประชุมกับกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้ชื่อ Thailand–Japan Semiconductor Strategic Partnership เพื่อนำเสนอ “ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ” ที่ไทยเพิ่งประกาศ พร้อมหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเวทีนี้มุ่งเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการผลิตชิปของญี่ปุ่น กับโอกาสการลงทุนตามยุทธศาสตร์ของไทย พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย โดยบีโอไอและ Keidanren จะร่วมจัดงาน Thailand–Japan Investment and Business Dialogue 2026 เปิดเวทีให้ผู้นำองค์กรเอกชนและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการค้าและการลงทุน พร้อมหารือโอกาสความร่วมมือ โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ (1) ยานยนต์ไฟฟ้า xEV และชิ้นส่วน (2) ห่วงโซ่อุปทานที่รองรับดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และ (3) การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่และอุปกรณ์สำหรับระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า (Grid Modernization & Power Equipment)
ทั้งนี้ ในปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 302 โครงการ เงินลงทุนกว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีโครงการจากญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริม 192 โครงการ เงินลงทุนกว่า 45,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล เกษตรและอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

