‘ศุภจี’วาง‘7ก้าวต่อไป’ ขับเคลื่อนงานพณ.-เร่งปิดเกมART

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(พณ.) เปิดเผยในการแถลง “ผลงาน 90 วันกระทรวงพาณิชย์” ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ ครบรอบปีที่ 106 ว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาของกระทรวงฯอยู่ภายใต้ 5 นโยบายหลัก ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาระยะสั้นควบคู่กับการปรับโครงสร้างระยะยาว ครอบคลุมการดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ ยกระดับชุมชน รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SMEs สร้างสมดุลการส่งออก และยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการพร้อมปลดล็อกกฎระเบียบ
โดยแนวทางการทำงานในระยะต่อไป กระทรวงฯจะเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ผ่านมาตรการที่เข้มข้น พร้อมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาล่วงหน้าในเชิงโครงสร้าง ด้วยการกำหนด “7 ก้าวต่อไป” ที่กระทรวงฯจะเดินหน้าต่อ คือ เร่งเจรจาการค้าทั้งความตกลงการค้าเสรี (FTA), ความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย-สหรัฐฯ (ART) และมาตรา 301 ,ผลักดันการส่งออกปี 2569 ให้เติบโตระดับ 2 หลัก ,รักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตร ,เข้มงวดนอมินี, ขับเคลื่อน 4 คณะทำงาน, จัดเต็มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ สร้างรายได้ให้ SMEs ผ่าน “ไทยช่วยไทย” จนจบปี 2569 ,ปลดล็อกอุปสรรคและขั้นตอนการทำงานของกระทรวงฯ
ทั้งนี้หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แม้สินค้าไทยที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯจะมีส่วนที่ได้รับการยกเว้นแล้วประมาณ 72% แต่กระทรวงฯยังตั้งใจเร่งปิดประเด็นเจรจาให้เร็วและได้ผลดีที่สุด โดยยึดสิทธิประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ซึ่งวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเดินทางไปสหรัฐฯล่วงหน้า ก่อนที่ตนจะเดินทางไปถึงในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเร่งผลักดันการเจรจา ART ให้สามารถปิดการเจรจาได้ พร้อมพยายามรักษาสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ไทยพึงได้รับ
ส่วนการผลักดันการส่งออก ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 6.2-6.3 ล้านล้านบาท และหากทั้งปีแตะระดับมากกว่า 12 ล้านล้านบาท ก็มีโอกาสเห็นการขยายตัวอย่างน้อยประมาณ 8-10% แม้ยังต้องเผชิญปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งการขนส่ง ราคาพลังงาน และสถานการณ์ความขัดแย้ง ในขณะที่สินค้าเกษตร กระทรวงฯจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ หลังมีการดูดซับทุเรียนและมังคุดจากภาคใต้ขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 2-3 แสนตัน เพื่อพยุงราคา
สำหรับการปราบปรามนอมินี ยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มข้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการบูรณาการร่วมกันแล้ว 23 หน่วยงาน และลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 46 พื้นที่ใน 13 จังหวัด และจะเดินหน้าต่อเนื่อง เพราะปัญหามีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือหลายหน่วยงาน
“หากให้คะแนนตัวเอง ต้องบอกว่าทำเต็มที่ทุกวันและพอใจกับสิ่งที่ทำ แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมดทุกเรื่อง เพราะหลายปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตั้งใจและวางแผนไว้สามารถดำเนินการได้ 100% แม้สถานการณ์จะไม่ได้เอื้อให้เกิดผลในทุกด้าน ทั้งเรื่องการส่งออกและสินค้าเกษตร แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นและต้องเดินหน้าต่อ”นางศุภจี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

