DIP หารือ Shopee–TikTok สิงคโปร์ ขยายโอกาสสินค้า GI สู่ตลาดต่างประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP)มุ่งส่งเสริมและขยายโอกาสทางการค้าสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) GI ไทยไปสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ และการนำจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ของสินค้าไทยมาสร้างเป็นจุดขายและข้อได้เปรียบในเวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce มีบทบาทและมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การรับรู้และจดจำแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า กรมฯ จึงมุ่งผลักดันการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงเครื่องมือและกิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า GI เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำอัตลักษณ์ คุณภาพ และเรื่องราวของแหล่งกำเนิดสินค้า มาสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
นางอรมน กล่าวว่า ในการหารือกับผู้บริหารและทีมงาน Shopee Singapore นำโดย Mr. CX Chua, Regional Cross Border Director ร่วมด้วยผู้แทนจาก Shopee ประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่ Shopee ประเทศสิงคโปร์ กรมฯ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดสิงคโปร์และตลาดสำคัญอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งจากการหารือพบว่า ตลาด E-commerce ในอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและนิยมสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีเรื่องราวน่าสนใจและมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร สินค้าเกษตรและสินค้าพรีเมียม
ทั้งนี้ กรมฯ และ Shopee ยังได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ GI ไทยในการขยายการจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศผ่านโปรแกรม Shopee International Platform (SIP)ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee ประเทศไทย สามารถขยายการมองเห็นสินค้าไปยังผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในต่างประเทศได้ โดยผู้ประกอบการยังคงบริหารจัดการร้านค้าได้ด้วยระบบปกติที่ใช้ภายในประเทศ ขณะที่ Shopee จะเป็นผู้สนับสนุนด้านการจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อในประเทศปลายทาง ปัจจุบันโปรแกรมดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงสินค้าไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งทาง Shopee เตรียมจะขยายการบริการไปยังประเทศไทยและเวียดนามในระยะถัดไป ทั้งนี้ กรมฯ เห็นว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ GI ไทย โดยกรมฯ มีแผนจะทำงานร่วมกับ Shopee เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ GI ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางดังกล่าวในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น
จากนั้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะ ได้พบหารือกับผู้บริหารและทีมงาน TikTok Singapore นำโดยคุณชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สำนักงาน TikTok ประเทศสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สิน
ทางปัญญาบนแพลตฟอร์ม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรการคัดกรองสินค้าและควบคุมดูแลร้านค้าบนแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเสนอขายสินค้าผิดกฎหมายหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรม
นอกจากนี้ กรมฯ และ TikTok ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้แพลตฟอร์มและพฤติกรรมของผู้บริโภคในสิงคโปร์ โดย TikTok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีศักยภาพในการทำตลาดการค้ายุคใหม่ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งนอกจากการสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอทั่วไปแล้ว TikTok ยังมีเครื่องมือสื่อสารหลากหลาย ทั้ง Short Video, LIVE Shopping และ Product Showcase รวมทั้งการทำตลาดร่วมกับ Creator และ Influencer ในรูปแบบ LIVE Commerce ที่จะช่วยนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้า
ในตลาดจริง เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพโดยการนำสินค้า GI ไทยมาเปิดตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ในครั้งนี้ กรมฯ ได้ส่งเสริมโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GI อย่างครบวงจร ทั้งการนำเสนอและจำหน่ายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าและผู้นำเข้าสินค้า ตลอดจนการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าให้พร้อมสำหรับการส่งออกในอนาคต
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ของไทยให้สอดรับกับบริบทการค้ายุคใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีในการสร้างการรับรู้ สื่อสารคุณค่า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้า GI ไทย ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ และสร้างรายได้กลับสู่ผู้ประกอบการและชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

