ไทยประกันชีวิต ครึ่งปีแรก 2569 กำไร 6,575 ล้าน โต 3.9%

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท เติบโต 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.4% สะท้อนถึงการสร้างผลกำไรอย่างมีเสถียรภาพ โดยกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 5,211 ล้านบาท และยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่า 92,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยหลักมาจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด
โดยบริษัทมีกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 6,367 ล้านบาท เติบโต 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอยู่ที่ 1,367 ล้านบาท เติบโตขึ้น 54.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มากกว่า 80% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value) อยู่ที่ 186,393 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.3 บาทต่อหุ้น ขณะที่ส่วนของเจ้าของพื้นฐานรวมกำไรที่รอรับรู้ (Allocated Comprehensive Equity) อยู่ที่ 191,595 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 16.7 บาทต่อหุ้น สำหรับอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio อยู่ที่ 459.1% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% เป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายไชย กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก เป็นผลจากผลการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยกำหนดอัตราเงินปันผลที่ 0.25 บาทต่อหุ้น ซึ่งบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลหลังจากได้รับอนุมัติจากสำนักงาน คปภ. เรียบร้อยแล้ว
จากวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับแนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” หรือ “Care with Heart” บริษัทจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกช่วงของชีวิต ทุกจังหวะชีวิต และทุกการใช้ชีวิต โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส (LifeVerse)” ภายใต้แนวคิด “One Account for a Lifetime” ประกันชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง การวางแผนการเงิน และสัญญาเพิ่มเติมให้เหมาะกับทุกช่วงชีวิตได้ภายใต้กรมธรรม์เดียว พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการวางแผนเกษียณ และบริการพิเศษที่ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร รวมถึงลูกค้าไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส ยังสามารถผูกบัญชีเป็น Family Account ผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต เพื่อยกระดับการดูแลกรมธรรม์ LifeVerse ทั้งครอบครัวได้ในที่เดียว
ด้านการบริการ บริษัทมุ่งพัฒนา “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ให้สามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมประกันชีวิต และดูแลชีวิตลูกค้าได้ครบรอบด้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ อาทิ บริการ “ประเมินอาการป่วยเบื้องต้น (AI Doctor)” ช่วยให้ลูกค้าประเมินอาการป่วยเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งพัฒนาโดยโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ รับคำแนะนำในการดูแลตนเอง และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ
นอกเหนือจากการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ ไทยประกันชีวิต ยังตระหนักถึงการส่งมอบคุณค่าให้กับสังคม จึงผนวกการดำเนินธุรกิจในหลากหลายกระบวนการให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG เพื่อสร้างการเติบโตทั้งต่อองค์กรและสังคมไทยอย่างยั่งยืน พิสูจน์ได้จากรางวัลและการคัดเลือกต่างๆ ที่บริษัทได้รับ อาทิ ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยสถาบันไทยพัฒน์ รางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2569 สาขา Responsible Digital Practice จากการดำเนินการโครงการ Core Insurance Process Transformation Leading to “Sustainable Tomorrow” และเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งเดียวที่ได้รับตราสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน ระดับทองคำ (GOLD Emblem of Sustainability) ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดโดยสถาบัน Enterprise Asia ประเทศสิงคโปร์ รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของบริษัทที่มุ่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

