ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ปรับเข้าสู่โหมด‘ร้อนแรงอย่างมาก’

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) เดือนสิงหาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 24-31 สิงหาคม 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า(พฤศจิกายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) โดยอยูที่ระดับ 165.89
ทั้งนี้นักลงทุนมองว่าการไหลเข้าของเงินทุนเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ รองลงมาคือสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
โดยเมื่อแยกตามประเภทนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนกลุ่มสถาบันในประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” และความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”ทั้งนี้ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล ปรับลดลง 1.4% อยู่ที่ระดับ 117.80 สะท้อนว่ารายย่อยยังมีความระมัดระวังมากกว่านักลงทุนกลุ่มอื่น แม้ภาพรวมตลาดจะมีความคาดหวังเชิงบวกต่อกระแสเงินทุนและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลดลง 6.7% อยู่ที่ระดับ 155.56 ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 4.2% อยู่ที่ระดับ 131.58 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น 20.0% อยู่ที่ระดับ 200.00 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของช่วงดัชนี
นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS) เป็นกลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนมองว่าน่าสนใจมากที่สุด ตามด้วยหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ(TOURISM) และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์(PETRO) ตามลำดับ ในทางกลับกันหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์(MEDIA) ถูกมองว่าน่าสนใจน้อยที่สุด รองลงมาคือหมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์(PAPER) และหมวดยานยนต์(AUTOป
สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของเดือน โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก GDP ไทยไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัวดีกว่าคาด รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตในระดับสูง อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของเดือน กระแสเงินทุนต่างชาติกลับมาเป็นแรงขายเพื่อทำกำไรหลังตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกยังทรงตัวในระดับสูง
ส่งผลให้ SET Index ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ปิดที่ 1,595.16 ปรับตัวลด 1.75% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท หากนับตั้งแต่ต้นปี 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสะสมรวม 51,184 ล้านบาท
โดยปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ความสามารถในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และการพิจารณางบประมาณภาครัฐปี 2570 รวมถึงผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ต่อภาคส่งออกและห่วงโซ่อุปทานไทย ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ นักลงทุนยังคงจับตาความไม่แน่นอนจากกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

