ไทยหวนคืนสปอตไลท์การลงทุนโลก! "ดร.สันติธาร" ชี้ต่างชาติเชื่อมั่น เตรียมรับโอกาสทองเวที IMF-World Bank

ดร.สันติธาร เสถียรไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Dr Santitarn Sathirathai) เปิดเผยถึงทิศทางเชิงบวกของเศรษฐกิจไทยที่กำลังกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลังสื่อเศรษฐกิจการเงินชั้นนำอย่าง Bloomberg ได้เผยแพร่บทความระบุถึงทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น
ดร.สันติธาร ระบุว่า Bloomberg ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นของประเทศไทยในขณะนี้ ทั้งในแง่ของเสถียรภาพและความต่อเนื่องทางนโยบาย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกว่าหลายตลาดสำคัญในภูมิภาคเมื่อนับจากต้นปีที่ผ่านมา

จากผู้สังเกตการณ์ สู่คนเบื้องหลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ดร.สันติธาร ได้เผยถึงความรู้สึกส่วนตัวต่อบทความดังกล่าวว่า ในอดีตสมัยที่ตนทำงานเป็นนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ มักจะหวังอยู่เสมอว่าเมื่อใดนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาสนใจไทยอย่างจริงจัง เนื่องจากมีช่วงเวลาหนึ่งที่ประเทศไทยหลุดออกจากเรดาร์การลงทุนของเอเชีย
"หลายปีผ่านไป วันนี้ผมกลับมาให้สัมภาษณ์ Bloomberg อีกครั้ง แต่ในหมวกที่ต่างออกไป จากนักวิเคราะห์ที่มองอยู่ข้างนอก มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ข้างใน จึงรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความซึ่งพูดถึงสิ่งที่เคยรอคอย นั่นคือการกลับมาของนักลงทุนและธุรกิจระดับโลก" ดร.สันติธาร กล่าว
นอกจากนี้ ตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา จากการหารือกับบริษัทข้ามชาติ นักลงทุน และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ดร.สันติธาร ระบุว่ามุมมองของต่างชาติที่มีต่อไทยเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยหลายฝ่ายประเมินว่าประเทศไทยในวันนี้ "ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้" (Better than I expected)
โจทย์ใหญ่: เปลี่ยนความสนใจสู่การลงทุนที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ดร.สันติธาร เน้นย้ำว่าความสนใจจากต่างชาติเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการต่อยอดความสนใจดังกล่าวให้กลายเป็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งครอบคลุมถึง
- การสร้างงานที่มีคุณภาพ
- การถ่ายทอดเทคโนโลยี
- การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
- การกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง
เตรียมพร้อมรับศึก "โอลิมปิกเศรษฐกิจโลก"
อีกหนึ่งวาระสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า คือการที่ประเทศไทยจะร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF-World Bank ซึ่งถือเป็นเวทีระดับโลกที่เปรียบเสมือน "โอลิมปิกด้านเศรษฐกิจและการเงิน"
การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนกว่า 15,000 คน จากราว 190 ประเทศเดินทางมายังกรุงเทพฯ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ และนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะมาร่วมประชุมแล้ว หลายฝ่ายยังมองหาโอกาสในการลงทุน หาพันธมิตรทางธุรกิจ และท่องเที่ยวไปพร้อมกัน
"หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่แค่จัดการประชุมหนึ่งสัปดาห์ให้สำเร็จ แต่ต้องทำให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เห็นศักยภาพ เกิดความเชื่อมั่น และเปลี่ยนความสนใจในสัปดาห์นั้นไปสู่การลงทุนและความร่วมมือที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน นี่คือจังหวะสำคัญที่จะเปลี่ยนสายตาของโลก ให้กลายเป็นโอกาสจริงของประเทศไทยและคนไทย" ดร.สันติธาร กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

