หัวหินพลิกบทบาทสู่ "เมืองหลวงเวลเนส" แห่งอาเซียน แสนสิริปักธง 3 โครงการ 6,300 ล้าน รับคลื่นเมกะโปรเจกต์คมนาคม

ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินกำลังเดินเข้าสู่จังหวะเปลี่ยนผ่านที่มีนัยสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ เมื่อเมืองตากอากาศที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยในฐานะปลายทางสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) กำลังถูกนิยามใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการฟื้นฟูสุขภาพและการพำนักระยะยาวของภูมิภาค โดยมีแรงส่งสองด้านมาบรรจบกันพอดี ด้านหนึ่งคือกระแส Wellness & Medical Tourism ที่ดึงกำลังซื้อต่างชาติเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งคือโครงข่ายคมนาคมภาครัฐมูลค่ามหาศาลที่ทยอยเปิดใช้งานจริงในปีนี้ ซึ่งกำลังย่นระยะเวลาเดินทางจากเมืองหลวงลงจนหัวหินแทบกลายเป็นส่วนต่อขยายของกรุงเทพฯ ในเชิงเศรษฐกิจ

ตัวเลขพื้นฐานของเมืองยังคงแข็งแรงอย่างมีนัย ประจวบคีรีขันธ์–หัวหินมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 17 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นคนไทย 15.8 ล้านคน และชาวต่างชาติ 1.4 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 45,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราการเข้าพักโรงแรม (Occupancy Rate) เฉลี่ยอยู่ในระดับสูงถึง 80% ซึ่งเป็นระดับที่เมืองท่องเที่ยวรองของไทยไม่ได้ทำได้ทุกแห่ง จุดที่น่าสนใจกว่าปริมาณคือคุณภาพของดีมานด์ที่เปลี่ยนไป เพราะการรวมตัวกันของสถานพยาบาลและรีสอร์ตสุขภาพระดับโลกอย่าง The Barai และ Chiva-Som Hua Hin Wellness Resort การเปิดตัวศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์อย่าง CHEVALA Wellness Hua Hin ที่ออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายเฉพาะบุคคลสำหรับผู้เข้าพักระยะยาว รวมถึง Hua Hin Health Park ที่มีศูนย์การแพทย์ครบวงจร ได้เปลี่ยนโครงสร้างผู้ซื้อจากนักท่องเที่ยวรายวันไปสู่กลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long-stay) ชาวยุโรป รัสเซีย และสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่นานกว่า จ่ายค่าเช่าสูงกว่า และผูกพันกับทำเลมากกว่า สะท้อนออกมาเป็นอัตราการเช่าระยะยาวและราคาประเมินที่ดินรอบศูนย์สุขภาพที่ขยับขึ้นต่อเนื่อง
ตัวเร่งอีกด้านคือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่หลายโครงการ “ลงพื้นดิน” พร้อมกันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทางด่วน M82 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว เปิดให้บริการแล้วในเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่ทางด่วนพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนกรุงเทพฯ ตะวันตก เตรียมเปิดบริการในไตรมาส 4 ทั้งสองเส้นทางช่วยร่นเวลาออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงต้นทางซึ่งเป็นคอขวดเดิมของการเดินทางลงใต้ ด้านระบบราง โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ระยะทาง 421 กิโลเมตร ช่วงนครปฐม–หัวหิน–ชุมพร เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วและลดเวลาเดินทางลงได้ถึง 2–3 ชั่วโมง ส่วนการพัฒนาย่านสถานีรถไฟความเร็วสูงหัวหิน (บ่อฝ้าย) จะเชื่อมระบบราง–บก–อากาศเข้าด้วยกัน และทำให้การเดินทางกรุงเทพฯ–หัวหินเหลือเพียง 1.5 ชั่วโมง ขณะเดียวกันสนามบินหัวหิน (HHQ) อยู่ระหว่างขยายรันเวย์และอุโมงค์ความปลอดภัยเพื่อรองรับเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ โดยวางเป้าเป็นจุดเชื่อมต่อกับสิงคโปร์ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และกัวลาลัมเปอร์ เสริมด้วยสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งใหม่ “ท่ารถตู้หัวหิน” ที่มาร์เก็ตวิลเลจ ครอบคลุมทั้งรถตู้และมินิบัสหลายเส้นทาง และโครงการถนนท่องเที่ยวตะนาวศรีคีรีพัฒน์ หรือเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ระยะทาง 350 กิโลเมตร จากเขาย้อยถึงปราณบุรี ที่จะยกระดับการท่องเที่ยวเชิงทัศนียภาพของโซนนี้ ผลรวมของทั้งหมดคือการเปิดประตูหัวหินพร้อมกันทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศ ซึ่งในเชิงตลาดที่อยู่อาศัยหมายถึงการขยายรัศมีของผู้ซื้อบ้านหลังที่สองออกไปอีกหลายชั้น

นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เปิดเผยว่า ในจังหวะเช่นนี้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จึงเลือกรุกตลาดหัวหินด้วยการปักธง 3 โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มูลค่ารวม 6,300 ล้านบาท ไฮไลต์ในไตรมาส 4/2569 โดย ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้บุกเบิกตลาดคอนโดมิเนียมตากอากาศในหัวหินมากว่า 38 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ “บ้านไข่มุก” เมื่อปี 2531 จนถึงปัจจุบันพัฒนาโครงการในหัวหินแล้วกว่า 26 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท และประเมินว่าทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนทั้งตลาดลักซ์ชัวรีและตลาดพำนักระยะยาว จนเปลี่ยนบทบาทหัวหินจากเมืองพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ ไปสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งการฟื้นฟูสุขภาพและการยืดอายุขัย” (Wellness & Longevity Capital) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สิ่งที่ทำให้แผนนี้น่าจับตาไม่ใช่มูลค่ารวม แต่คือการวางสินค้าคร่อมทั้งสามเซกเมนต์ในเวลาเดียวกัน เริ่มจาก HUB Hua Hin (ฮับ หัวหิน) ในเซกเมนต์ Affordable คอนโดมิเนียมแต่งครบพร้อมอยู่ปลายปีนี้ ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 50,000 บาทต่อตารางเมตร สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 211 ยูนิต ขนาดเริ่มต้น 25–40 ตารางเมตร มีให้เลือก 2 รูปแบบคือ 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอนพร้อมห้องอเนกประสงค์ จุดขายอยู่ที่ New Layout ที่ออกแบบให้พื้นที่โปร่งและยืดหยุ่นขึ้นบนทำเลใจกลางเมือง พร้อมชูโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) กว่า 7% เจาะกลุ่มดีมานด์ในพื้นที่ คนทำงานท้องถิ่น และนักลงทุนที่มองหาราคาเข้าถึงง่าย โดยเปิดจองวันแรก 12–13 กันยายนนี้
ถัดขึ้นมาคือ Cabanas Hua Hin (กาบานาส หัวหิน) ในเซกเมนต์ Inland คอนโดมิเนียมสไตล์โปรตุเกสที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมืองลิสบอน สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 426 ยูนิต ห่างชายหาดเพียง 300 เมตร ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 100,000 บาทต่อตารางเมตร ตกแต่งด้วยกระเบื้องอะซูเลฮู (Azulejos Tiles) ในทุกอิลิเมนต์ของโครงการ ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 70% และพร้อมเข้าอยู่ทันที ปิดท้ายด้วยหัวหอกอย่าง The Standard Residences, Hua Hin ในเซกเมนต์ Beachfront Luxury ซึ่งเป็นแบรนด์เรสซิเดนซ์ระดับเวิลด์คลาสภายใต้แบรนด์ The Standard แห่งแรกในเอเชียและแห่งที่ 3 ของโลก ติดชายหาดหัวหิน จำนวนจำกัดเพียง 251 ยูนิต ราคา 10.99–49.99 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 275,000 บาทต่อตารางเมตร มาพร้อม Experience Facilities ที่ออกแบบให้ต่างจากคอนโดตากอากาศทั่วไป ทั้ง Bowling Alley, Pickle Ball, The Mud Lounge, Salt Sauna และ Experience Shower โดยเตรียมเผยโฉมและพร้อมเข้าอยู่ในไตรมาส 4 นี้
เมื่อเรียงราคาต่อตารางเมตรของทั้งสามโครงการต่อกัน จะเห็นภาพโครงสร้างตลาดหัวหินรอบใหม่ชัดขึ้น นั่นคือช่วงห่างจากราว 50,000 บาทต่อตารางเมตรไปจนถึงราว 275,000 บาทต่อตารางเมตร หรือต่างกันกว่า 5 เท่าภายในเมืองเดียวกัน สะท้อนว่าหัวหินไม่ได้เป็นตลาดเดี่ยวอีกต่อไป แต่แยกออกเป็นอย่างน้อยสามตลาดที่มีผู้ซื้อคนละกลุ่มและตรรกะการตัดสินใจคนละชุด ตลาดล่างขับเคลื่อนด้วยผลตอบแทนค่าเช่าและกำลังซื้อในพื้นที่ ตลาดกลางขับเคลื่อนด้วยบ้านหลังที่สองของคนกรุงเทพฯ ที่ได้ประโยชน์ตรงจากเวลาเดินทางที่สั้นลง ส่วนตลาดบนขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ ทำเลติดหาดที่หายาก และกำลังซื้อต่างชาติกลุ่มเวลเนส การส่งสินค้าลงครบทั้งสามชั้นในไตรมาสเดียวจึงเป็นทั้งการกินส่วนแบ่งและการประกันความเสี่ยงในตัว หากเซกเมนต์ใดชะลอ อีกสองเซกเมนต์ยังรับน้ำหนักได้
“แสนสิริมั่นใจว่าการรุกตลาดหัวหินด้วย 3 โครงการที่ครอบคลุมทุกระดับราคา จะเติมเต็มดีมานด์ในแต่ละเซกเมนต์ได้อย่างสมบูรณ์” นายวิสุทธิ์กล่าว พร้อมระบุว่าฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งกลุ่มที่มองหาบ้านหลังที่สอง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มผู้รักสุขภาพ และนักลงทุน โดยได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับความเชื่อมั่นในคุณภาพแบรนด์ งานดีไซน์ที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งาน และบริการดูแลหลังการขายที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยเองและกลุ่มปล่อยเช่า
ประเด็นที่ต้องติดตามจากนี้คือความเร็วในการดูดซับซัพพลายใหม่ที่ทยอยเข้าตลาดพร้อมกันในไตรมาสสุดท้ายของปี ว่าจะสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการไหลเข้าของผู้พำนักระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงกำหนดเปิดใช้งานจริงของโครงข่ายคมนาคมส่วนที่เหลือ ซึ่งเป็นสมมติฐานสำคัญที่รองรับราคาที่ดินและราคาขายในระดับปัจจุบัน หากทุกอย่างเดินตามไทม์ไลน์ หัวหินมีโอกาสถูกจัดวางใหม่ในแผนที่อสังหาริมทรัพย์ไทย จากเมืองตากอากาศตามฤดูกาล สู่ตลาดที่อยู่อาศัยที่มีดีมานด์ตลอดทั้งปีอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

