‘TSE’ลุยขยายพอร์ตรับแผน‘PDP2026’

น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานไทย หลังภาครัฐเดินหน้าจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 60% รวมถึงการผลักดันโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนและการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดในรูปแบบ Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
สำหรับ PDP2026 บริษัทมองเป็นโอกาสในการต่อยอดจากฐานโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ โดยอยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการตามนโยบายภาครัฐ ทั้ง Direct PPA และ Solar Community ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเสนอขายรวมไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด และได้ศึกษาการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้ร่วมกับโครงการ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความยืดหยุ่นในการจ่ายไฟ
“บริษัทตั้งเป้าเข้าร่วมโครงการใหม่ตามนโยบายภาครัฐ ทั้ง Direct PPA และ Solar Community เพิ่มเติมให้ได้ไม่น้อยกว่า 100 MW โดยมองว่า Direct PPA จะเป็นกลไกสำคัญในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของบริษัท ซึ่งมีความพร้อมด้านเงินทุน ที่ดิน ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนและสร้างการเติบโตในระยะยาว”น.ส.แคทลีน กล่าว
ในขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการ Solar Big Lot จำนวน 28 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 229.06 MW ซึ่งได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ระยะเวลา 25 ปี เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งดำเนินงานด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง โดย 4 โครงการแรกมีกำลังการผลิตรวม 30.20 MW คาดว่าจะพร้อมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 2/2570 ส่วนอีก 24 โครงการ กำลังการผลิตรวม 198.86 MW จะทยอย COD ในช่วงปี 2571-2573 เมื่อโครงการทั้ง 28 แห่งจ่ายไฟฟ้าได้ครบตามแผน คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มอีกกว่า 900-1,000 ล้านบาทต่อปี
ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ที่มีกำลังการผลิตเสนอขาย 8 MW และได้รับสิทธิสัมปทานเป็นระยะเวลา 28 ปี 6 เดือน กับทางตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรอลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในเร็วๆ นี้ต่อไป อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากธุรกิจพลังงานสะอาดแล้ว บริษัทยังได้ขยายธุรกิจสู่กลุ่ม Health & Wellness เพื่อสร้าง New S-Curve และเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ ตลอดจนเสริมศักยภาพการเติบโตและความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

