Longevity Food โต กรุงไทยคาดพุ่ง 3.2 หมื่นล. ปี’78

นายสุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า Longevity Food หรือ อาหารเพื่ออายุยืนยาว กำลังจะเปลี่ยนโจทย์สุขภาพของประเทศ สู่โอกาสของอุตสาหกรรมอาหารไทย จากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
โดยแนวคิด Longevity ถูกยกระดับขึ้นเป็นหนึ่งในประเด็นเชิงนโยบายที่สำคัญมากขึ้น ซึ่ง Longevity Economy เป็นหนึ่งใน 4 เสาหลักขับเคลื่อนประเทศรับความท้าทายเศรษฐกิจโลกที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) และสอดรับกับนโยบาย Reinvent Thailand ขณะที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากสังคมสูงวัยและภาระโรค NCDs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 1.6-1.7 ล้านล้านบาทต่อปี ส่งผลให้แนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญมากขึ้นในระยะยาว
“คนไทยอายุยืนขึ้น แต่สุขภาพดีไม่ยืดตาม สะท้อนจากในช่วงปี 2559-2564 คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย (Life Expectancy) เพิ่มจาก 76.8 ปี เป็น 77.6 ปี ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี (Healthy Life Expectancy) ลดลงจาก 67.2 ปี เป็น 65.8 ปี ทำให้ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่แต่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ (Healthspan Gap) เพิ่มขึ้นจาก 9.6 ปี เป็น 11.8 ปี แนวโน้มดังกล่าวสร้างโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยตอบโจทย์การมีสุขภาพดีและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดภาระต่อระบบสาธารณสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว”นายสุปรีย์ กล่าว
นายปราโมทย์ วัฒนานุสาร นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า แม้ Longevity Food จะยังไม่มีนิยามที่ชัดเจน แต่เป็นแนวคิดที่มองการบริโภคอาหารที่ช่วยให้การมีสุขภาพดีนานขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่อาหารพื้นฐานที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ผักผลไม้ ถั่วและธัญพืช รวมถึงอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากพืชที่ให้โปรตีนสูงและไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ (Plant-based Food) และผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง (Organic Food) ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงในการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ (Functional Food) โดยกลุ่มนี้สามารถบริโภคได้ทุกช่วงวัย ทำให้ Longevity Food ไม่รวมอาหารทางการแพทย์ (Medical Food) ที่เน้นเฉพาะผู้ป่วย
“ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาด Longevity Food ไทยมาจากสังคมสูงวัยและจำนวนผู้ป่วย NCDs ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วย NCDs ของไทยจะเพิ่มจากประมาณ 22 ล้านคน ในปี 2567 เป็นเกือบ 30 ล้านคน ในปี 2578 ขณะที่ผู้บริโภคไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น และมีความเต็มใจจ่ายเพื่อสินค้าเพื่อสุขภาพในราคาที่สูงกว่าสินค้าปกติประมาณ 10-20% นอกจากนี้ไทยยังมีแต้มต่อด้านวัตถุดิบและความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Capture) ให้กับห่วงโซ่อุปทานในประเทศ”นายปราโมทย์ กล่าว
นายกฤชนนท์ จินดาวงศ์ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า ตลาด Longevity Food ในกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูงของไทยมีศักยภาพเติบโตมากกว่า 2 เท่า ภายในปี 2578 โดยมูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 1.57 หมื่นล้านบาท ในปี 2567 เป็น 3.20 หมื่นล้านบาท ในปี 2578 หรือเติบโตปีละ 6.7% CAGR (อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น) หากจำนวนผู้ป่วย NCDs ลดลง 5% คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจจากภาระ NCDs ได้ 1.41 แสนล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 4.4 เท่าของมูลค่าตลาด Longevity Food
“โอกาสของผู้ประกอบการไทยอยู่ในกลุ่ม Longevity Food ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น Functional Food ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) เช่น เครื่องดื่มเสริมเบต้ากลูแคน ที่มีส่วนช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล หรือเครื่องปรุงรสโซเดียมต่ำ ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะมีการเชื่อมโยงโภชนาการกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่สามารถยกระดับวัตถุดิบไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกับพัฒนาการกล่าวอ้างทางสุขภาพ ที่น่าเชื่อถือและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยสามารถสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าได้มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว”นายกฤชนนท์ กล่าว
ทั้งนี้ Krungthai COMPASS แนะนำให้ผู้ประกอบการอาหารไทยเร่งยกระดับสินค้าในกลุ่ม Longevity Food ให้มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพเฉพาะด้านของผู้บริโภค พร้อมสร้างความร่วมมือกับผู้เล่นใน Health Ecosystem ตั้งแต่ผู้ผลิตสารอาหาร ห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัย นักโภชนาการ ไปจนถึงโรงพยาบาล คลินิก และ Wellness Center ต่อยอดสู่บริการการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและโภชนาการเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์สุขภาพรายบุคคล ตลอดจนสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคในด้านโภชนาการและผลลัพธ์ทางสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงวัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับธุรกิจอาหารไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านสุขภาพ

